นางรวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ตนในฐานะประธานคณะอนุกรรมการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากการพัฒนาโครงการแลนด์บริดจ์ กล่าวภายหลังการนำคณะอนุกรรมการฯ ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วยนายบรรณรักษ์ เสริมทอง เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ลงพื้นที่จ.ระนองและชุมพร ระหว่างวันที่ 3–4 ก.ค.ที่ผ่านมา เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมข้อมูลเชิงประจักษ์ ประกอบการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของโครงการดังกล่าว ว่า การศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อเชื่อมโยงอ่าวไทย–อันดามัน (แลนด์บริดจ์) ต้องเป็นไปตามหลักวิชาการอย่างรอบคอบ เพื่อให้การพัฒนาเศรษฐกิจสามารถดำเนินควบคู่กับการอนุรักษ์ได้อย่างเหมาะสม พร้อมกำหนดมาตรการป้องกันและลดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ สัตว์ป่าหายาก และวิถีชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

นางรวีวรรณ กล่าวอีกว่า สำหรับการลงพื้นที่ในจ.ระนอง คณะอนุกรรมการฯ ได้รับฟังข้อมูลและข้อห่วงกังวลจากเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแหลมสน ก่อนลงสำรวจพื้นที่อ่าวเคยและท่าเรือระนอง เพื่อตรวจสอบสภาพทรัพยากรทางทะเล ระบบนิเวศ และการใช้ประโยชน์พื้นที่ของชุมชน ส่วนการลงพื้นที่จ.ชุมพร คณะดังกล่าวได้ติดตามแนวโครงการเพื่อประเมินสภาพพื้นที่ การใช้ประโยชน์ที่ดิน รวมถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประชาชนในพื้นที่อย่างรอบด้าน ทั้งพื้นที่ชายฝั่งที่จะมีการถมทะเล และพื้นที่บนบกตามแนวเส้นทางรถไฟและอุโมงค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่พาดผ่านพื้นที่อนุรักษ์สำคัญ

นางรวีวรรณ กล่าวว่า ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการฯ จะนำข้อมูลและผลการตรวจสอบพื้นที่ทั้งหมด รายงานต่อคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน เพื่อใช้ประกอบการจัดทำข้อเสนอแนะเชิงวิชาการ และกำหนดมาตรการป้องกันและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองระบบนิเวศและวิถีชีวิตประชาชน ควบคู่กับการสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศต่อไป.