หลังจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดนฝ่ายค้านรุมถล่มเรื่องการทำโครงการ TH-AI Passport ที่ไม่น่าจะคุ้มทุน ล็อกสเปกเอกชนบางรายเกี่ยวกับการโฆษณา และเรื่องที่ทำไมดีอีได้รับงบประมาณปี 70 เพิ่มในขณะที่กระทรวงอื่นถูกตัดงบ แผนงานดิจิทัลไทยก็ไม่ชัด เรื่องคดีเดิมๆ ของ “อธิบดีนก” ไชยชนก ชิดชอบ ก็ถูกขุดมาอีก

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ประธาน กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า จากกรณีนายไชยชนกเคยพูดว่า มีคนมาวิ่งเต้นจ่ายสินบน 40 ล้านบาท เพื่อไม่ให้ปิดเว็บพนัน ตั้งแต่สมัยรัฐบาลอนุทิน 1 ต่อมา มีการร้องทุกข์กล่าวโทษที่กองบังคับการปราบปรามก่อนเรื่องจะเข้าสู่การพิจารณาของ ป.ป.ช. ผู้ถูกกล่าวหาที่ชื่อ “นายคิว” ซึ่งเป็นบุตรชายของเสี่ยตือ คอสโม ถูกระบุว่า มีความเชื่อมโยงกับเว็บพนันออนไลน์จำนวน 4,000 เว็บไซต์ โดยมีการเสนอเงินให้ URL ละ 10,000 บาท รวมเป็นเงิน 40 ล้านบาท ผ่านตัวกลางชื่อย่อ “ฉ” ให้รัฐมนตรี

ข้อเท็จจริงที่น่าตกใจคือ ตลอดระยะเวลา 8 เดือนที่ผ่านมา หลังจากมีการแจ้งความ จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายเรียกนายคิวเลยแม้แต่ครั้งเดียว แม้ในช่วง 30 วันแรกที่สำนวนยังอยู่ที่กองปราบปรามจะมีการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องทั้งนายไชยชนก และ “โกแพ” วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทยคนปัจจุบัน ซึ่งเป็นผู้ที่นำเรื่องมาบอกนายไชยชนก รวมถึงบุคคลอื่นอีก 3-4 คน แต่กลับไม่มีความพยายามในการเรียกนายคิวมาให้การตำรวจสอบสวนกลางถึงสาเหตุที่ไม่ออกหมายเรียก กลับได้รับคำตอบว่าเกรงว่าผู้ถูกกล่าวหาจะไม่มา ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ผิดปกติอย่างมาก

อีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า กมธ.จะนัดประชุมเพื่อหาข้อสรุปเรื่องนี้อีกครั้ง เพราะตอนนี้เราเริ่มเห็นการโยนความรับผิดชอบกันไปมา เรื่องนี้ไม่ปกติ ที่ไม่ทำแม้กระทั่งการออกหมายเรียก หากคนระดับรัฐมนตรีไปแจ้งความแล้วเจ้าหน้าที่ยังเกียร์ว่างไม่ทำหน้าที่ บ้านเมืองเราจะอยู่กันได้อย่างไร ข้อมูลจากตำรวจสอบสวนกลางระบุว่า นายคิวอาจมีการติดสินบนให้กระทรวงดีอีมาโดยตลอด ก่อนที่นายไชยชนกจะเข้ามารับตำแหน่ง แต่กลับไม่มีการดำเนินคดีใดๆ เพิ่มเติม

อีกทั้งยังแสดงความกังวลว่าคดีนี้อาจมีความพยายามทำให้จบลงด้วยการส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ทั้งที่ผู้ถูกกล่าวหาปัจจุบันมีเพียงนายคิวที่เป็นบุคคลธรรมดา ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งอาจทำให้หลุดพ้นจากอำนาจการตรวจสอบของ ป.ป.ช. ได้ นอกจากนี้ยังพบข้อมูลว่าเครือข่ายของเสี่ยตืออาจเกี่ยวพันกับเรื่องน้ำมันเถื่อนและการบริจาคเงินให้บางพรรคการเมือง กมธ.จะเร่งประสานให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้ามาตรวจสอบเส้นทางการเงิน

ภายหลัง “นายกฯ หนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย เดินทางกลับจากฝรั่งเศส จะเดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ทันที ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เรียก “ปลัดป๊อบ” อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย รายงานความคืบหน้ากรณีการทุจริตสอบท้องถิ่น ซึ่งครบกำหนด 7 วันหลังให้มีการตรวจสอบกรณีดังกล่าว ในช่วงเย็น นายกฯ จะเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมารายงานการแก้ไขปัญหายาเสพติด หลังเกิดกรณีแอร์โฮสเตสสายการบินไทย ขนเฮโรอีน และถูกจับกุมที่ออสเตรเลีย ก่อนจะมีการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในช่วงบ่ายวันที่ 3 ก.ค. และประชุมเตรียมความพร้อมการเดินทางเยือนประเทศมาเลเซีย วันที่ 9-10 ก.ค.

นายกฯ ให้สัมภาษณ์เตรียมความพร้อมการเดินทางเยือนประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 9-10 ก.ค.นี้ จะหารือกับผู้นำมาเลเซียหลายเรื่อง เรื่องกุ้งและปลา ที่มาเลเซียไม่นำเข้ากุ้งไทย ตอบโต้ที่ไทยไม่นำเข้าปลากะพง เบื้องต้นนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้บินไปพบกับ รมว.เกษตรฯ มาเลเซีย ประชุมจริงจัง มีการร่างข้อตกลงการแก้ไข แนวโน้มค่อนข้างดี และในช่วงที่ตนเดินทางเยือนประเทศรัสเซีย ได้พบกับอันวาร์ บิน อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ก็มีการตกลงกันว่าเราจะแก้ปัญหานี้ให้ได้ก่อนที่ตนจะเดินทางไปเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้า โดยการเดินทางเยือนมาเลเซียในครั้งนี้ ก็จะลงนามร่างข้อตกลงในการแก้ปัญหาเรื่องการแบนนำเข้ากุ้งจากประเทศไทยด้วย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวรอยร้าว 2 น. พรรคภูมิใจไทย ว่า “เลขาธิการพรรคตอบไปแล้ว เป็นเรื่องนก กับเน พ่อลูก” (นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กับนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม) ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า แล้วหนูกับเนเป็นอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า “ไม่ต้องห่วง ทำไมต้องสงสัย” ผู้สื่อข่าวจึงบอกว่า ต้องการให้นายกฯ อธิบายให้ชัด นายกฯ ตอบว่า “ไม่เห็นต้องอธิบายอะไรเลย สมัยก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็นเนทิน กับอนุวินอยู่แล้ว ขออย่าใส่ใจเรื่องไม่เป็นเรื่อง”

เมื่อถามย้ำว่า แปลว่ายังเหนียวแน่นกันดีหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “มันไม่ต้องแปลนี่ครับ” เมื่อถามอีกว่าในระดับลูกน้องมีการขัดแย้งกันหรือไม่ นายกฯ หัวเราะและกล่าวว่า “พอบอกข้างบนไม่ทะเลาะ ก็บอกว่าลูกน้องทะเลาะ ลูกน้องใครในพรรคภูมิใจไทยลองกล้าทะเลาะกันดูสิ โดนกันมาไม่รู้กี่คนแล้ว โดนดุ โดนแซว โดนไก่ย่างถูกเผาไม่รู้กี่คนแล้ว ในพรรคภูมิใจไทยไม่มีขัดแย้ง ผมเพิ่งตอบไปอยู่นี่ไง วันนั้นก็ไก่ย่างถูกเผาไป 4-5 คน ไปลองถามดูได้ว่าใครโดน”

ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย วงเงิน 10,328 ล้านบาท ตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯ พิจารณาเสร็จแล้ว มีจำนวนทั้งหมด 5 มาตรา มีสาระสำคัญคือการโอนงบรายจ่ายบางรายการของหน่วยงานต่างๆ 118 แห่ง ไปตั้งไว้เป็นงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 10,328 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้ในภารกิจเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหา ฟื้นฟูและบรรเทาผลกระทบจากวิกฤติการณ์เศรษฐกิจและสังคม จากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ

วาระ 2 เป็นการพิจารณารายมาตรา แต่ไม่มี สส.ติดใจอภิปรายเนื้อหาตามที่ กมธ.แก้ไขมา ก่อนจะลงมติเห็นชอบในวาระ 3 ด้วยคะแนนเอกฉันท์ 449 ต่อ 0 งดออกเสียง 2 ใช้เวลาพิจารณาเพียง 15 นาที

“สส.ป้อม” ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเหตุผลเลื่อนชี้แจงเข้าให้ปากคำต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) คดี Forex-3D เป็นวันที่ 6 ก.ค. ว่า เนื่องจากติดประชุมสภา และมีการโหวตกฎหมายสำคัญหลายฉบับ รวมถึงมีประชุม กมธ.หลายคณะ ซึ่งตนก็เป็นประธานคณะอนุ กมธ.ด้วย และวันที่ 3 ก.ค.ยังมีภารกิจ จึงขอเลื่อนการเข้าให้ข้อมูลต่อดีเอสไอเป็นวันที่ 6 ก.ค. ยืนยันว่าชี้แจงได้ทุกอย่าง ที่มีคลิปออกมา คือเล่าประสบการณ์เทรด ไม่มีการชี้ชวนมาลงทุนเลย เป็นเพียงการเล่าประสบการณ์ของตัวเองล้วนๆ

เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าเส้นเงินดังกล่าวอาจมีการโอนเข้าที่บัญชีพรรค จะกระทบกับพรรคหรือไม่ ทำให้นายภาวุธ และ “สส.เพชร” กรุณพล เทียนสุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ และรองโฆษกพรรคประชาชน ที่ยืนอยู่ด้วย ถึงกับร้องโอ๊ยพร้อมกัน

นายกรุณพล กล่าวว่า “เรื่องนี้หากจะกระทบพรรค มองว่าคดีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรมว.คมนาคม และอดีตเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ที่มีการโอนเงินบริจาคให้กับพรรคภูมิใจไทย น่ากังวลกว่า แต่ศาลก็ยังชี้ว่าไม่มีมูล นี่บริจาคหลักหมื่น ถ้ามีเส้นเงินขนาดนั้น ก็ดำเนินคดีได้เลย คนที่ศาลรัฐธรรมนูญชี้มูลความผิดแล้ว บริจาคเงินให้พรรคการเมืองกลับรอด ผมอยากเห็นความยุติธรรมในประเทศนี้ทำงานตรงไปตรงมา”

คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (ผวจ.) ภูเก็ต กรณีลงนามออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม (แบบ ร.ร. 2) ให้แก่บริษัท เทวา เอสเตท จำกัด เพื่อประกอบกิจการโรงแรม ยู เซนมายา (U ZENMAYA) โดยมิชอบด้วยกฎหมาย พื้นที่ตั้งโครงการดังกล่าวอยู่ในบริเวณที่ 1 ซึ่งห่างจากแนวชายฝั่งทะเลรอบเกาะภูเก็ตเข้ามาในแผ่นดิน 50 เมตร โดยพื้นที่ส่วนใหญ่มีความลาดชันสูงระหว่างร้อยละ 35–50 และอีกส่วนมีความลาดชันระหว่างร้อยละ 20–35 แต่ยังไม่ได้ทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)

นายจำเริญยังคงลงนามอนุมัติและลงลายมือชื่อในฐานะนายทะเบียนออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมให้แก่บริษัทดังกล่าว การกระทำดังกล่าวถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

“ทีมข่าวการเมือง”