เรื่องเครดิต เป็นเรื่องที่คนไทยควรรู้! จาก “เรื่องกู้เงิน” สู่ “สินทรัพย์ทางการเงิน” ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี ร่วมกับบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เอ็นซีบี) เปิดอินไซต์ “เครดิตดี ชีวิตดี” ชวนคนไทยเปลี่ยนความเชื่อเรื่องเครดิต ถ้าคนเครดิตดีจะมีโอกาสจะได้รับดอกเบี้ยที่ดี เข้าถึงสินเชื่อที่หลากหลาย
“เครดิต” คือหนึ่งในสินทรัพย์ทางการเงินที่สำคัญของชีวิต และเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างโอกาสทางการเงิน แต่คนไทยจำนวนมากยังไม่เข้าใจความสำคัญของข้อมูลเครดิตและคะแนนเครดิต ทั้งที่เป็นปัจจัยสำคัญต่อการเข้าถึงสินเชื่อที่หลากหลาย อัตราดอกเบี้ยที่ดีกว่า และเพิ่มโอกาสทางการเงินที่มากกว่าในอนาคต
[วัยทำงานไม่มีข้อมูลเครดิต]
“ลัษมณ อรรถาพิช” ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือ NCB ระบุว่า จากตัวเลขของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ประเทศไทยมีประชากรกลุ่มวัยทำงานอายุ 20-60 ปี จำนวน 39.18 ล้านคน ในจำนวนนี้ พบว่า มีข้อมูลเครดิตอยู่ในระบบจำนวน 23.5 ล้านคน คิดเป็น 60% กล่าวคือ มีประชากรไทยในช่วงอายุดังกล่าวอีกกว่า 40% ที่ไม่มีข้อมูลเครดิต
“สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่เพียงระดับหนี้ของคนไทย แต่คือการที่คนจำนวนมากยังไม่มีตัวตนทางการเงินในระบบข้อมูลเครดิต ทำให้สูญเสียโอกาสในการสร้างความน่าเชื่อถือทางการเงิน และอาจเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อในระบบเมื่อมีความจำเป็น”
[คะแนนเครดิตสำคัญ]
“เป็นหนี้มา ก็จ่ายตรงตลอด ทำไมเครดิตไม่ดี” หรือ “ซื้อเงินสดตลอด แต่ทำไมกู้ยากจัง” คือเสียงสะท้อนของคนมีวินัยทางการเงินที่ดีจำนวนมากเพราะในโลกการเงินต่อให้เป็นคนมีวินัยดีแค่ไหนหากไม่มีใครรู้ก็ไร้ประโยชน์ ดังนั้นการมีประวัติสินเชื่อในฐานข้อมูลเครดิตจึงเป็นสิ่งสำคัญ จากนี้ความเชื่อเดิม ๆ กำลังจะถูกรื้อทิ้งและเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงด้วยมาตรฐานใหม่ภายใต้หลักคิดว่า “เครดิตดี ต้องได้รับโอกาสทางการเงินที่ดี” เพราะการมี “วินัยที่ดี” นำไปสู่โอกาสทางการเงินที่จับต้องได้จริง
“คะแนนเครดิต” (เครดิต สกอร์) เป็นคะแนนที่คำนวณจากพฤติกรรมทางการเงินในอดีต ทั้งประวัติการชำระหนี้ การใช้วงเงิน ความต่อเนื่องของประวัติเครดิต ความหลากหลายของสินเชื่อ และการขอสินเชื่อใหม่ โดยยิ่งมีคะแนนสูง ยิ่งสะท้อนถึงพฤติกรรมทางการเงินที่ดีและมีแนวโน้มที่จะชำระหนี้ตรงเวลาสูง ดังนั้น การมีประวัติเครดิตที่ดีไม่เพียงช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อ แต่ยังช่วยให้ได้รับเงื่อนไขทางการเงินที่เหมาะสมมากขึ้น ขณะที่สถาบันการเงินนอกฐานข้อมูลเครดิต แม้จะตอบโจทย์ในระยะสั้น แต่ไม่สามารถนำประวัติการชำระหนี้มาสร้างเครดิตหรือสร้างโอกาสทางการเงินในอนาคตได้

[เลขมงคล คือ คะแนนเครดิต]
“นริศ สถาผลเดชา” ประธานกลุ่ม Data และ Analytics ทีทีบี เปิดข้อมูล “เลขมงคลทางการเงิน” คือ คะแนนเครดิต ที่อยู่ระหว่าง 753-900 คะแนน (ระดับ เอเอ) ซึ่งเป็นตัวเลขที่ทุกคนสามารถสร้างได้ด้วยตัวเองผ่านวินัยทางการเงิน โดยคนไทยจำนวนมากรู้เงินเดือน รู้ยอดเงินออม และรู้มูลค่าพอร์ตลงทุนของตัวเอง แต่กลับไม่รู้คะแนนเครดิตของตัวเอง ทั้งที่ตัวเลขนี้ส่งผลต่อโอกาสทางการเงินมากกว่าที่หลายคนคิด
เครดิตที่ดีสามารถสร้างแต้มต่อทางการเงินได้อย่างชัดเจน โดยสินเชื่อบุคคลในระบบมีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 17-25% ต่อปี ขณะที่หนี้นอกระบบมีต้นทุนทางการเงินสูงได้ถึง 120% ต่อปี หรือสูงกว่าถึงเกือบ 6 เท่า
นอกจากนี้ ผู้ที่มีประวัติเครดิตที่ดียังมีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อที่หลากหลายมากขึ้น ด้วยวงเงินขนาดใหญ่กว่า เช่น สินเชื่อรถยนต์เฉลี่ย 600,000 บาท และสินเชื่อบ้านเฉลี่ย 1,620,000 บาท ขณะที่หนี้นอกระบบมีวงเงินเฉลี่ยเพียง 20,000 บาทต่อราย ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยและการอนุมัติสินเชื่อขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของผู้สมัคร ผลการพิจารณาสินเชื่อ ความสามารถในการชำระหนี้ และหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด
[ผ่อนดี ได้ดี]
มีความเชื่อว่าผู้ที่มีวินัยและพฤติกรรมทางการเงินที่ดีควรได้รับการตอบแทนหรือรางวัล จึงนำแนวคิด การกำหนดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อตามระดับความเสี่ยงและคะแนนเครดิตมาให้สินเชื่อ เพื่อเป็นโอกาสสำหรับคนที่อยากกู้
คนไทยต้องเปลี่ยนความเชื่อเกี่ยวกับเครดิต จากการมองว่าเป็นเพียงเรื่องของการกู้เงิน สู่ความเข้าใจว่าเครดิตที่ดีคือรากฐานสำคัญของโอกาสทางการเงิน เพราะในโลกการเงินยุคใหม่ คะแนนเครดิตไม่ควรเป็นเพียงตัวเลขในรายงานเครดิต แต่ควรเป็นตัวเลขทางการเงินที่คนไทยทุกคนรู้จัก เข้าใจ และให้ความสำคัญไม่ต่างจากรายได้ เงินออม หรือการลงทุน เพื่อสร้างโอกาสทางการเงินที่ดีขึ้นในระยะยาว

“ในอดีต คนไทยอาจมองเครดิตเป็นเพียงเรื่องของการกู้เงิน แต่ในโลกการเงินปัจจุบัน เครดิตคือโอกาส เพราะคนที่มีวินัยและพฤติกรรมทางการเงินที่ดีควรได้รับการตอบแทนหรือรางวัล และโอกาสทางการเงินที่มากกว่า หากรายได้คือสิ่งที่เราหาได้ เครดิตก็คือสิ่งที่เราสร้างได้ และเมื่อสร้างได้แล้ว เครดิตที่ดีจะกลายเป็นสินทรัพย์ที่สร้างโอกาสทางการเงินให้กับเราได้ตลอดชีวิต”



