สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ เมื่อวันที่ 29 พ.ย. ว่า กระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ออกแถลงการณ์ ว่าชีค โมฮัมเหม็ด บิน อัลดุลเราะห์มาน อัล-ธานี นายกรัฐมนตรี และ รมว.การต่างประเทศกาตาร์ พบหารือกับนายเดวิด บาร์เนีย ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติอิสราเอล หรือ มอสซาด และนายวิลเลียม เบิร์นส์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลาง (ซีไอเอ) เกี่ยวกับ “ความเป็นไปได้” ของการขยายระยะเวลาหยุดยิงในฉนวนกาซา “ให้นานขึ้นอีก” เพื่อเพิ่มโอกาสการช่วยเหลือตัวประกัน
อนึ่ง อิสราเอลและกลุ่มฮามาสบรรลุข้อตกลงพักรบรอบแรก เป็นเวลา 4 วัน เริ่มเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และครบกำหนดเมื่อวันจันทร์ แล้วมีการเห็นชอบขยายระยะเวลาอีกอย่างน้อย 2 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันพุธที่ 29 พ.ย. และยังไม่มีสัญญาณชัดเจนจากทั้งอิสราเอลและกลุ่มฮามาส ว่าจะพักรบต่ออีกหรือไม่
The directors of the #Mossad and the CIA are meeting with #Qatar’s prime minister in Doha to “build on progress” of the 48-hour extension to the truce announced between Israel and #Hamas, a source briefed on the visit tells Reuters.https://t.co/RbuvyX2wms pic.twitter.com/iOhZr0fZrp
— Al Arabiya English (@AlArabiya_Eng) November 28, 2023
อย่างไรก็ตาม การปล่อยตัวประกันและแลกเปลี่ยนนักโทษ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ล่าช้ากว่ากำหนดมาก เนื่องจากอิสราเอลและกลุ่มฮามาสสาดโคลนกันไปมา ว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ส่งผลให้เกิด “การปะทะกันเล็กน้อย” ในเขตทางเหนือของฉนวนกาซา แต่ในที่สุดกลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกันออกมา 12 คน เป็นชาวอิสราเอล 10 คน และชาวไทย 2 คน ด้านอิสราเอลปล่อยตัวนักโทษปาเลสไตน์ 30 คน ตามข้อตกลง
ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 4 วันแรกของการหยุดยิง กลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกันออกมา 69 คน เป็นชาวอิสราเอล 51 คน ชาวไทย 17 คน และชาวฟิลิปปินส์ 1 คน ส่วนอิสราเอลปล่อยตัวนักโทษชาวปาเลสไตน์ 150 คน.
เครดิตภาพ : AFP


