เมื่อเวลา 09.05 น. วันที่ 5 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม กล่าวภายหลังนายกรัฐมนตรี มอบหมาย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ศึกษาประโยชน์ และผลกระทบโครงการแลนด์บริดจ์ ว่า นายกรัฐมนตรี ได้ให้เวลาศึกษาเป็นเวลา 90 วัน ว่าโครงการดังกล่าวมีความคุ้มค่าหรือไม่ โดยเป็นการศึกษาใหม่ทั้งหมด มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับเป็นอย่างไร โครงการดังกล่าวไม่ได้มีเฉพาะแค่ระบบราง แต่ยังมีถนน และท่อ สำหรับการขนส่งก๊าซ หรือน้ำมัน ดังนั้นจึงขอให้รอผลการศึกษาให้ชัดเจนอีกครั้ง
“ต้องทำความเข้าใจกับประชาชนทั้งผลดีและผลเสีย จากผลการศึกษาที่ได้ โดยเฉพาะกับประชาชนใน จ.ชุมพร และระนอง หรือคนในพื้นที่ควรจะได้รับสิทธิในการทำมาหากินในพื้นที่ของตนเอง หรือการสงวนอาชีพให้กับประชาชนในพื้นที่ที่เสียโอกาส เช่น การประมงพื้นบ้าน เพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิที่เสียคืนไป หรือการหาอาชีพทดแทน ขอให้รอผลการศึกษาว่าโครงการนี้มีผลดีมากกว่าผลเสียหรือไม่ หากตนสื่อสารอะไรไปก่อนอาจจะได้ทั้งถูกและผิด”
เมื่อถามว่า สำหรับผู้ที่คัดค้านเป็นคนในพื้นที่หรือนอกพื้นที่นั้น นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่คาดว่าจะมีทั้งคนในพื้นที่ พร้อมยอมรับว่าผู้ที่ออกมานั้น มีความกังวลว่าโครงการดังกล่าวจะทำลายสิ่งแวดล้อม แต่วิทยาการสมัยใหม่สามารถเจาะภูเขาทำเป็นอุโมงค์ ซึ่งช่วยลดผลกระทบต่อการทำลายสิ่งแวดล้อม
เมื่อถามย้ำว่า โครงการนี้จะแท้งเหมือนคอคอดกระหรือไม่นั้น นายพิพัฒน์ กล่าวว่า จะต้องรอผลการศึกษาของนายเอกนิติ แต่ตนในฐานะที่ดูแลกระทรวงคมนาคม สิ่งใดที่สามารถทำให้เศรษฐกิจของประเทศฟื้น ก็จำเป็นต้องหยิบยกขึ้นมาพิจารณา
เมื่อถามว่า เหตุใดโครงการนี้เป็นโครงการใหญ่แต่ไม่บรรจุในนโยบายรัฐบาล นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เป็นนโยบายของพรรคภูมิใจไทยตั้งแต่ปี 2562 แล้ว ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้สื่อสารว่าเป็นนโยบายเดิม และเป็นนโยบายเรือธงที่พรรคภูมิใจไทยใช้ในการหาเสียงตั้งแต่ปี 2562 และเมื่อพรรคภูมิใจไทยกลับเข้ามาบริหารกระทรวงคมนาคม จึงหยิบมาเป็นธงในการบริหารต่อ
นายพิพัฒน์ ยังเปิดเผยอีกว่า กำหนดการในการลงพื้นที่ก่อสร้างโครงการแลนด์บริดจ์ ในวันที่ 8 พ.ค. นี้ ตนขอยกเลิกไปก่อน เนื่องจากนายกรัฐมนตรี มีการแต่งตั้งนายเอกนิติ มาเป็นหัวหน้าคณะทำงานในการศึกษาผลกระทบและประโยชน์จากโครงการแลนด์บริดจ์ ดังนั้น จึงขอให้คณะกรรมการชุดนี้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาก่อน



