สำนักข่าวซินหัวรายงานจากกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. เวทีเสวนาว่าด้วยโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อความร่วมมือระดับโลก ( Digital Infrastructure Forum for Global Cooperation ) ประจำปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ เมื่อไม่นานมานี้

มีตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐ ผู้ให้บริการคลาวด์ ผู้ประกอบการโทรคมนาคม ผู้ประกอบการศูนย์ข้อมูล บริษัทพลังงาน สถาบันการลงทุน และห่วงโซ่อุตสาหกรรมจากจีน ไทย และมากกว่า 20 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลกเข้าร่วมงานกว่า 1,000 คน เพื่อร่วมกันสำรวจโอกาสใหม่ในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและความร่วมมือระหว่างประเทศในยุคปัญญาประดิษฐ์ ( เอไอ )


เวทีเสวนาดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “ห้วงเวลาแห่งโครงสร้างพื้นฐานสำหรับศูนย์ข้อมูลเอไอ : การผสานพลังระหว่างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและพลังงานสะอาด” โดยมีคณะกรรมการเทคนิคโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ( ดีไอทีซี ) เป็นผู้จัดงานหลัก โดยมีไอดีซีโนวา และสมาคมเฉาช่วง เป็นผู้ร่วมจัดงาน ภายใต้การสนับสนุนของหอการค้าไทย-จีน และสมาคมการค้าวิสาหกิจไทย-จีน


ในพิธีเปิด ผู้แทนจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ( บีโอไอ ) และหอการค้าไทย-จีน ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล นโยบายส่งเสริมการลงทุน และโอกาสความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าจีน-ไทย


หวงเชา ประธานเทคนิคโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ประจำภูมิภาคจีน ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไอดีซีโนวา กล่าวว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังกลายเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเติบโตรวดเร็วที่สุดของโลก โดยไทยมีข้อได้เปรียบด้านทำเลที่ตั้ง จุดเด่นในการเป็นศูนย์กลางสายเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศ เครือข่ายการสื่อสารที่ดี ตลอดจนการสนับสนุนเชิงนโยบายของบีโอไอและเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ( อีอีซี ) ทำให้ไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นจุดศูนย์กลางของกระแสการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลระดับโลก


ในปี 2568 กำลังการผลิตของศูนย์ข้อมูลที่ดำเนินการอยู่ของไทยแตะระดับที่ราว 350 เมกะวัตต์ และคาดว่ากำลังการผลิตที่วางแผนไว้ในอนาคตจะสูงเกิน 2,800 เมกะวัตต์ แสดงถึงความเชื่อมั่นในระดับสูงของนักลงทุนและอุตสาหกรรมจากต่างประเทศ


การประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นหัวข้อสำคัญ เช่น พลังการประมวลผลของเอไอ การผสานพลังงานสีเขียว การก่อสร้างศูนย์ข้อมูล และการส่งมอบบริการในระดับท้องถิ่น ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ “ประเทศไทย 4.0” และทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย ทั้งยังเปิดพื้นที่การเติบโตใหม่ๆ แก่ความร่วมมือทางอุตสาหกรรมระหว่างจีน-ไทยด้วย.

ข้อมูล-ภาพ : XINHUA