รายงานสถานการณ์โลกด้านความปลอดภัยทางถนนปี 2561 ประเทศไทยมีอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนสูงเป็นอันดับ 1 ของเอเชีย และอันดับ 9 จากประเทศสมาชิกทั่วโลก ที่ส่งผลต่อการขับเคลื่อนทางสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ เพราะอุบัติเหตุทางถนนเป็นปัญหาสำคัญที่ท้าชีวิตและทรัพย์สอนของคนไทย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) และภาคีเครือข่ายดำเนินโครงการ “นโยบายตำบล ขับขี่ปลอดภัย” ในการจัดการความปลอดภัยทางถนนโดยชุมชนท้องถิ่น เพื่อเสริมศักยภาพกลไกการจัดการในระดับตำบล เตรียมลงนามความร่วมมือ ยกระดับสู่ “อำเภอขับขี่ปลอดภัย”

นพ.พิศิษฐ์ ศรีประเสริฐ กรรมการบริหารแผน คณะที่ 3 สสส. กล่าวว่า สสส. โดย สำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) บูรณาการความร่วมมือกับสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม (สำนัก 10) ขยายเครือข่ายตำบลสุขภาวะ และหน่วยงานในระดับอำเภอ โดยในระยะแรกดำเนินงานตำบลขับขี่ปลอดภัย 115 ตำบลและในปีนี้ขยายการทำงานสู่ระดับอำเภอเชื่อมต่อพื้นที่อำเภอเสี่ยงสูงและสูงมาก 21 อำเภอจาก 275 อำเภอ (ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค) ในปี 2566 เพื่อให้เกิดมีแผนมีการทำงานจัดการความปลอดภัยทางถนน จากตำบลสู่อำเภอเชื่อมโยงสู่จังหวัดและระดับประเทศในที่สุด สนับสนุนให้เกิดการยกระดับการทำงาน และขับเคลื่อนเป้าหมายการลดอุบัติเหตุ สู่ “อำเภอขับขี่ปลอดภัย” เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระบบกลไกจัดการความปลอดภัยทางถนน กำหนดเป้าหมายในการลดอุบัติเหตุทางถนนในระดับตำบล และอำเภอ ในพื้นที่นำร่อง 10 อำเภอ ซึ่งระบบของชุมชนท้องถิ่นในการสนับสนุนการทำงานตามยุทธศาสตร์S-2I คือ 1) การจัดการพื้นที่ (Systematization) 2) การสร้างและพัฒนานวัตกรรมชุมชน (Innovative Creation) และ 3) การบูรณาการภายในชุมชนท้องถิ่น และหน่วยงานสนับสนุนจากภายนอก (Integration and Collaboration) ใช้แนวคิด เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ศักยภาพทุนทางสังคม กระตุ้นให้เกิดแนวทางการพัฒนา และวิธีการใหม่ พัฒนาทักษะคนทำงาน ร่วมขับเคลื่อนนโยบายทั้งระดับอำเภอ จังหวัด ภูมิภาค ประเทศ อย่างต่อเนื่อง และยั่งยืน

ณัฐวุฒิ อุประโจง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองหนาม จ.ลำพูน 1 ใน 10 พื้นที่นำร่องอำเภอขับขี่ปลอดภัย กล่าวว่า ได้เข้าร่วมเป็นเครือข่ายจากในพื้นที่มีปัญหาอุบัติเหตุมาก แต่มีงบประมาณในการจัดการที่น้อย โดยในพื้นที่อบต.หนองหนามเป็นเส้นทางจากชุมชนไปยังอุตสาหกรรม ทำให้ชาวบ้านใช้ถนนทางหลวงหมายเลข 116 เดินทางไปทำงานเป็นประจำ ซึ่งเป็นถนนที่ใช้ความเร็วและไม่มีสัญญาณไฟจราจร ทำให้เกิดอุบัติเหตุและมีผู้เสียชีวิตขึ้น ทำให้หน่วยงานดำเนินโครงการจัดซื้อไฟจราจรมือสองจากหน่วยงานที่ไม่ได้ใช้แล้วมาติดตั้งในสี่ของพื้นที่ จนทำให้สองปีที่ผ่านมาการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุนั้นเป็นศูนย์

นางสาวนิสา รัตนดิลก ณ ภูเก็ต.ผู้ช่วยอำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน สสส. กล่าวว่า จากประสบการณ์ของตำบลขับขี่ปลอดภัย มาสู่อำเภอขับขี่ปลอดภัย เป้าหมายสำคัญคือการบูรณาการพื้นที่เสี่ยงและสูงมาก ไปพร้อมกับพื้นที่อื่นๆ โดยการลงนามความร่วมมือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เป็นกลไกหลัก 16 แห่ง ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเครือข่าย 99 แห่ง รวมเป็น 115 องค์กรส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ รวมทั้งได้รับการสนับสนุนจากภาคีเครือข่าย ทั้งแผนงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจร(สอจร.) และ ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน(ศวปถ.) มาเสริมทัพตามกลไกสามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา ของสสส. คือพลังสังคม พลังวิชาการ และพลังนโยบายที่จะขับเคลื่อนไปด้วยกัน

จากการยกระดับตำบลขับขี่ปลอดภัย 115 ตำบล ได้มีการนำร่องอำเภอขับขี่ปลอดภัย ใน 10 อำเภอทั่วประเทศ ได้แก่
1. อำเภอวังทอง ศปง.ทต.วังทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก
2. อำเภอเมืองลำพูน ศปง.อบต.หนองหนาม อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน
3. อำเภอเมืองอุทัยธานี ศปง.อบต.น้ำซึม อ.เมืองอุทัยธานี จ.อุทัยธานี
4. อำเภอบ้านแฮด ศปง.ทต.บ้านแฮด อ.บ้านแฮด จ.ขอนแก่น
5. อำเภอสุวรรณภูมิ ศปง.ทต.สุวรรณภูมิ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด
6. อำเภอหนองกี่ ศปง.อบต.บุกระสัง อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์
7. อำเภอท่ายาง ศปง.อบต.ท่าคอย อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี
8. อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ศปง.อบต.ห้วยทราย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์
9. อำเภอเมืองสตูล ศปง.อบต.ฉลุง อ.เมืองสตูล จ.สตูล
10. อำเภอรัตภูมิ ศปง.อบต.คูหาใต้ อ.รัตภูมิ จ. สงขลา



