สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ว่า เวียดนามมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2593 โดยได้รับการสนับสนุนจากโครงการพันธมิตร การเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นธรรม (เจอีทีพี) ซึ่งประเทศที่ร่ำรวยกว่า จะช่วยให้ประเทศกำลังพัฒนาเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาดได้รวดเร็วขึ้น

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นายฝ่าม มิงห์ จิ๋งห์ นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ประกาศแผนการระดมทรัพยากร (อาร์เอ็มพี) มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกรอบการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตามกรอบของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ยูเอ็นเอฟซีซีซี) ครั้งที่ 28 หรือ “คอป 28” ที่เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) โดยให้คำมั่นว่า เวียดนามมุ่งมั่นที่จะใช้กลไกแบบเปิด, โครงสร้างพื้นฐานที่ดี และการบริหารจัดการที่ชาญฉลาด

อย่างไรก็ตาม บรรดานักสิ่งแวดล้อมกล่าวว่า ความตั้งใจของเวียดนาม ในการใช้โรงไฟฟ้าถ่านหิน จนกว่าจะสิ้นสุดการดำเนินงาน รวมถึงพื้นที่ภาคประชาสังคมที่ลดลง ทำให้พวกเขาเกิดความกังวล

นายลีโอ โรเบิร์ตส์ นักวิจัยจากคลังสมองด้านสภาพภูมิอากาศ “อี3จี” กล่าวว่า แผนของเวียดนามมีองค์ประกอบที่ “น่ากังวล” ซึ่งมันมาจากจุดประสงค์หลัก ในการใช้โรงไฟฟ้าถ่านหิน “อย่างยืดหยุ่น” แทนที่จะปิดกิจการโดยเร็ว อีกทั้งมันยังเป็นการส่งข้อความที่ชัดเจน ว่า เวียดนามไม่ได้ดำเนินการเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว หรืออยู่ในระดับที่ควรจะเป็น ส่งผลให้เกิดอุปสรรคต่อการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียน

“การเปลี่ยนผ่านพลังงานที่ประสบความสำเร็จ จำเป็นต้องได้รับข้อมูลจากทุกภาคส่วนของสังคม แต่การขาดกระบวนการให้คำปรึกษาที่ชัดเจนและครอบคลุม ได้จำกัดขอบเขตความทะเยอทะยานของอาร์เอ็มพี” โรเบิร์ตส์ กล่าวเพิ่มเติม

อนึ่ง เวียดนามมีขนาดโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ เป็นอันดับสามของโลก รองจากจีนและอินเดีย และประเทศยังคงพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็ว.

เครดิตภาพ : AFP