เมื่อวันที่ 29 มี.ค. พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผกก.สน.เพชรเกษม สั่งการให้ พ.ต.ท.ธวัชชัย ทิพย์วงษ์ สว.สส.สน.เพชรเกษม จ.ส.ต.เอกยุทธ ปล้องคง ผบ.หมู่ (สส.) สน.เพชรเกษม ร่วมกันจับกุมตัวนายธนัท (สงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี ชาว จ.นครปฐม ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรีที่ 363/2569 ลงวันที่ 25 มี.ค.69 ในข้อหา “ร่วมกันสนับสนุนช่วยเหลือผู้กระทำความผิดก่อน หรือขณะกระทำความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ยินยอมให้บุคคลอื่นเปิด หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือ บัญชีอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตน หรือกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้ หรือยืมใช้หมายเลขโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตนโดยประการที่รู้ หรือควรรู้ว่าน่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดทางอาญาอื่นใด” โดยจับกุมได้ที่หน้าบ้านไม่มีบ้านเลขที่ ในซอยเศรษฐกิจ 41 แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 20 พ.ค. 68 ได้มีบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กรูปโปรไฟล์เป็นหญิงสาวหน้าตาดีคนหนึ่ง ได้ทักแชตเฟซบุ๊กส่วนตัวมาหาชายผู้เสียหาย แนะนำตัวว่า อายุ 26 ปี เป็นพลเมืองของซานโฮเซ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา พร้อมกับพูดคุยสานสัมพันธ์กันเรื่อยมา ทั้งการส่งรูปภาพส่วนตัวแลกเปลี่ยนกัน แต่เมื่อเหยื่อ พยายามโทรฯหาผ่านเฟซบุ๊กกลับไม่ยอมรับสายหลายครั้ง ต่อมาเหยื่อเกิดตกหลุมรัก จากนั้นคนร้ายทำทีกระตือรือล้นตั้งใจจะย้ายมาอยู่ที่ประเทศไทยกับเหยื่อ และได้แจ้งให้ทราบว่า มีเงินสดจำนวน 1.5 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวได้มาจากการยึดห้อง นิรภัยของ “ซัดดัม ฮุสเซน” อดีตผู้นำอิรัก ใช่ช่วงที่ถูกจับกุม และบอกว่าต้องการส่งมาให้เหยื่อที่ประเทศไทย

จากนั้นส่งรูปขณะเตรียมส่งสินค้า พร้อมกับส่งภาพโทรศัพท์ไอโฟน 16 โปรแม็ก สีเทาจำนวน 1 เครื่อง มูลค่า 1,500 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ และรูปภาพนาฬิกาข้อมือ ยี่ห้อ Hublot จำนวน 1 เรือน มูลค่า 500 เหรียญดอลร์ล่าสหรัฐ โดยแจ้งว่าซื้อให้เหยื่อ เป็นการขอบคุณ ต่อมาได้แจ้งกับเหยื่อว่าสินค้าถึง จ.ภูเก็ตแล้ว แต่ไม่สามารถจัดส่งให้ไปตามที่อยู่ได้ เนื่องจากผู้รับสินค้าจะต้องโอนชำระภาษีของกรมศุลกากรจำนวน 25,000 บาท ก่อน จึงจะจัดส่งพัสดุมาให้ได้ เหยื่อหลงเชื่อจึงโอนเงินไป หลังจากโอนแล้วไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย จึงรู้ว่าถูกหลอกและมาแจ้งความให้ดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ

จากการสอบสวนนายธนัท ให้การอ้างว่า ตนไม่เคยเปิดบัญชีให้ใคร เพียงแต่เมื่อต้นปี 68 เดือดร้อนเรื่องเงิน จึงเข้าเฟซบุ๊กเพื่อกู้เงินออนไลน์จำนวน 1 หมื่นบาท โดยได้ส่งเอกสารส่วนตัวไปให้ทั้งหมด สุดท้ายไม่อนุมัติและติดต่อไม่ได้อีกเลย คาดว่าจะพลาดช่วงนี้ จึงต้องมารับกรรม ซึ่งตอนนี้แฟนรับจ้างหาเลี้ยงครอบครัวคนเดียว ส่วนตนมีหน้าที่คอยดูแลลูกชายวัย 2 ขวบอยู่ที่บ้าน.