สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ว่า ผู้เขียนรายงานในวารสาร Science ระบุว่า เพนกวินอาจพัฒนาคุณลักษณะนี้ เพราะพวกมันจำเป็นต้องระวังตัวอย่างต่อเนื่อง ขณะที่นักวิจัยหลายคนกล่าวว่า การค้นพบดังกล่าว แสดงให้เห็นว่า ประโยชน์ของการนอนหลับ สามารถสะสมเพิ่มขึ้นได้ อย่างน้อยในบางสายพันธุ์ ซึ่งเป็นสิ่งตรงกันข้ามกับสมมุติฐานก่อนหน้านี้
เพนกวินชินสแตรป อาจเป็นสายพันธุ์เพนกวิน ซึ่งมีจำนวนมากที่สุดในโลก เนื่องจากประชากรปัจจุบันของพวกมัน อยู่ที่ประมาณเกือบ 8 ล้านคู่ผสมพันธุ์ โดยส่วนใหญ่พบได้ในคาบสมุทรแอนตาร์กติก และหมู่เกาะในมหาสมุทรแอตแลนติกใต้
Penguins snatch 11 hours of sleep through seconds-long micronaps https://t.co/dtICrNw3Up
— ST Foreign Desk (@STForeignDesk) December 1, 2023
ทีมงานที่นำโดยนายพอล-อ็องตวน ลิบูเรล จากศูนย์วิจัยประสาทวิทยาศาสตร์ลียง ทำการฝังขั้วไฟฟ้าในเพนกวินชินสแตรป 14 ตัว ของอาณาจักรเพนกวินแห่งหนึ่งบนเกาะคิงจอร์จ เมื่อเดือน ธ.ค. 2562 เพื่อบันทึกกิจกรรมทางไฟฟ้าในสมองและกล้ามเนื้อคอ รวมถึงใช้เครื่องวัดความเร่ง กับจีพีเอส เพื่อศึกษาการเคลื่อนไหวของร่างกาย และตำแหน่งของพวกมัน ตลอดจนบันทึกคลิปวิดีโอและสังเกตโดยตรงนานหลายวัน จนในที่สุด พวกเขาก็สามารถระบุลักษณะเฉพาะหลายอย่างได้
การนอนหลับของเพนกวินชินสแตรป เกิดขึ้นขณะที่พวกมันยืนหรือนอน เพื่อกกไข่ ซึ่งเวลาในการงีบหลับโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 3.91 วินาที และพวกมันงีบหลับมากกว่า 10,000 ครั้งต่อวัน
ยิ่งไปกว่านั้น เพนกวินที่อยู่รอบนอกจะหลับลึกกว่า และหลับนานกว่าเพนกวินที่อยู่วงใน เพราะบริเวณตรงกลางของอาณาจักรเพนกวิน มีเสียงรบกวนมากเกินไป และเกิดการเดินชนกันเองบ่อยครั้ง หรือมีความเสี่ยงสูงที่เพนกวินตัวอื่นจะขโมยวัสดุทำรัง
แม้นักวิทยาศาสตร์ไม่ได้ทำการวัดโดยตรงว่า เพนกวินชินสแตรปได้รับประโยชน์ด้านการฟื้นฟูจากการนอนหลับหรือไม่ แต่ข้อเท็จจริงที่ว่า พวกมันประสบความสำเร็จในการผสมพันธุ์นั้น ทำให้พวกเขาเชื่อว่า มันมีความเกี่ยวข้องกันจริง ซึ่งช่วงเวลาที่เซลล์ประสาทของเพนกวินสงบนิ่ง ถือเป็นช่องทางสำหรับการพักผ่อน และการฟื้นตัว.
เครดิตภาพ : AFP



