เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะโฆษกศธ. เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะทำงานยกระดับผลประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล หรือ พิซา  (Programme for International Student Assessment) ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการยกระดับการสอบพิซาของนักเรียนในปี 2025  ซึ่งต้องยอมรับว่าการประเมินพิซาที่มีคะแนนต่ำลงกว่า 2 ปีที่ผ่านมานั้นมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อผู้เรียนทำให้ประสบการณ์การเรียนในห้องเรียนของลดลง เพราะต้องปรับไปจัดการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์แทน ทั้งนี้ผลการศึกษา Organisation for Economic Co-operation and Development หรือ  OECD มองว่า การที่เด็กมีเวลาเรียนมากหรือน้อยอาจไม่ได้ส่งผลกับการประเมินโดยตรง แต่การที่เด็กมีสมาธิระหว่างเรียนจะส่งผลกับคะแนนประเมิน เช่น เด็กใช้สมาร์ทโฟนมากเกินไปในเวลาเรียน เป็นต้น รวมถึงทักษะการอ่านและการคิดวิเคราะห์ของเด็กไทยลดลง

โฆษกศธ.กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ในการประเมินพิซาจะพบว่า นักเรียนจากกลุ่มโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ทำคะแนนได้สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนประเทศสิงคโปร์ แต่กลุ่มนักเรียนที่ทำคะแนนได้ต่ำคือกลุ่มโรงเรียนขยายโอกาส ดังนั้นเมื่อวิเคราะห์ปัญหาเชิงลึกจากข้อมูล OECD แล้ว ศธ.ได้วางแผนมุ่งกระบวนสร้างการเรียนรู้แบบใหม่ด้วยการเสริมความรู้ไปในกลุ่มโรงเรียนขยายโอกาส โดยใช้โมเดลโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัยเข้ามาช่วยสนับสนุน  นอกจากนี้ยังปรับระบการเข้าถึงบรรยากาศการสอบด้วยระบบคอมพิวเตอร์ เพราะขณะนี้เรารับทราบข้อมูลว่าการเข้าถึงการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของโรงเรียนกลุ่มขยายโอกาสยังอยู่ในวงจำกัด โดยจากนี้ไปจะวางแผนให้ผู้เรียนได้เข้าถึงการใช้งานคอมพิวเตอร์ให้มากขึ้นกว่าเดิม รวมถึงการให้ผู้เรียนได้คุ้นชินกับข้อสอบพิซาด้วย อีกทั้งจะเร่งนโยบายส่งเสริมกาอ่านและการคิดวิเคราะห์ให้มากขึ้น โดยเฉพาะการออกข้อสอบจะต้องเน้นไปในทิศทางวิเคราะห์ เพื่อให้เด็กคุ้นชินเนื้อหาข้อสอบ พร้อมกับการจัดทำคู่มือแบบเรียนและเนื้อหาข้อสอบที่คิดวิเคราะห์ตามแนวทางการประเมินของพิซา และเท่าที่ทราบข้อสอบพิซาในปี 2025 จะประเมินเรื่องความสุขของผู้เรียนด้วย ซึ่งเท่ากับว่าสอดคล้องกับนโยบายเรียนดีมีความสุขของพล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ ดังนั้นการทำงานตามนโยบายนี้ถือว่าเราเดินมาถูกทางแล้ว