สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. ว่านายจอห์น เคอร์บีย์ โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ กล่าวถึงความขัดแย้งเรื่องดินแดนระหว่างกายอานากับเวเนซุเอลา ว่ารัฐบาลวอชิงตัน “ยืนหยัดเคียงข้างและสนับสนุนอธิปไตย ตลอดจนบูรณภาพแห่งดินแดนของกายอานา” และข้อพิพาทระหว่างสองประเทศ ควรเป็นการคลี่คลายผ่านการเจรจา “ไม่ใช่การลงประชามติของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง”


ขณะที่กองทัพสหรัฐกล่าวถึง ปฏิบัติการลาดตระเวนทางอากาศร่วมกับกองทัพอากาศของกายอานา “ภายในอาณาเขตของกายอานา” ซึ่งแน่นอนว่า ป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ และส่งสัญญาณถึงเวเนซุเอลา


ทั้งนี้ เวเนซุเอลาจัดการลงประชามติ เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. ที่ผ่านมา เกี่ยวกับสถานะของดินแดนชื่อ “เอสเซกิโบ” ซึ่งเป็นพื้นที่ขัดแย้งยืดเยื้อยาวนาน ระหว่างเวเนซุเอลากับกายอานา และตอนนี้อยู่ในอาณาเขตของกายอานา โดยผลการหยั่งเสียงปรากฏว่า 95% กล่าวว่า ดินแดนแห่งนั้นเป็นของเวเนซุเอลา

ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร แสดงแผนที่ใหม่ของเวเนซุเอลา ซึ่งมีการผนวกดินแดนพิพาทกับกายอานา ตามผลการลงประชามติของประชาชน


ต่อมา ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา เสนอร่างกฎหมายต่อสภาแห่งชาติ ขอให้มีการจัดตั้งจังหวัด “กายอานา เอสเซกิบา” โดยเน้นย้ำเหตุผลว่า เอสเซกิโบเป็นดินแดนที่อยู่ภายใต้อธิปไตยของเวเนซุเอลา ตั้งแต่สมัยอยู่ภายใต้อาณานิคมของสเปน และคำพิพากษาของคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ เมื่อปี 2442 “ไม่มีผลผูกพันตามกฎหมาย”


ขณะที่รัฐบาลกายอานายื่นเรื่องร้องเรียน ต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอสซี ) โดยอาศัยความตามอำนาจในมาตรา 41 และ 42 ของกฎบัตรสหประชาชาติ ( ยูเอ็น) เกี่ยวกับการใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ หรือการใช้มาตรการทางทหาร เพื่อผดุงไว้ซึ่งอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน


อนึ่ง ก่อนการลงประชามติของเวเนซุเอลาเกิดขึ้น รัฐบาลกายอานายื่นคำร้องฉุกเฉินต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ( ไอซีเจ ) หรือ ศาลโลก ซึ่งไอซีเจมีมติเตือนให้เวเนซุเอลา “ละเว้นการเคลื่อนไหวทุกรูปแบบ” ที่จะเป็นการเพิ่มความตึงเครียดให้กับดินแดนพิพาทกับกายอานา


อนึ่ง เอสเซกิโบมีพื้นที่ประมาณ 159,500 ตารางกิโลเมตร อุดมไปด้วยน้ำมัน ปัจจุบัน ดินแดนแห่งนี้คิดเป็นอาณาเขตราว 2 ใน 3 ของกายอานา มีประชากรอาศัยอยู่ราว 125,000 คน จากทั้งหมดราว 800,000 คน ในกายอานา.

เครดิตภาพ : AFP