สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. ว่าสำนักงานตรวจสอบผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมแห่งชาติเริ่มการตรวจสอบ และกำกับดูแลการเคลื่อนย้าย และการครอบครองเชื้อเพลิง “โดยไม่ได้รับอนุญาต” ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ บุคคลใดก็ตามซึ่งครอบครองเและเคลื่อนย้ายเชื้อเพลิงมากกว่า 50 แกลลอน หรือ 180 ลิตร โดยไม่ได้รับอนุญาต อาจต้องระวางโทษปรับสูงถึง 2,370 ดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 84,490.50 บาท ) และรับโทษจำคุกเป็นเวลานานสูงสุด 1 ปี


การดำเนินการดังกล่าวของหน่วยงานรัฐในเมียนมาเกิดขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์การขาดแคลนเชื้อเพลิง ในเมืองย่างกุ้ง ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมาก นำพาหนะของตัวเองมาต่อแถวยาวเหยียด เพื่อรอเติมเชื้อเพลิง ตามสถานีบริการแทบทุกแห่ง ในเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศ


แม้เดอะ โกลบอล นิว ไลต์ ออฟ เมียนมา ให้เหตุผลว่า สาเหตุของเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับ “ความล่าช้า” ของการลำเลียงเชื้อเพลิงออกจากท่าเรือติละวา ในเขตเศรษฐกิจพิเศษติละวา ที่ตั้งอยู่ห่างจากเมืองย่างกุ้งไปทางตอนใต้ประมาณ 16 กิโลเมตร แต่ไม่มีการให้รายละเอียดเพิ่มเติม


อย่างไรก็ตาม รายงานอีกหลายกระแสระบุด้วยว่า สถานีบริการเชื้อเพลิงหลายแห่งในภูมิภาคพะโค ที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองย่างกุ้ง ประสบกับภาวะขาดแคลนเชื้อเพลิงเช่นกัน จนต้องมีการจำกัดการซื้อขายเชื้อเพลิง อยู่ที่ไม่เกิน 20 ลิตรต่อลูกค้า 1 คน


เศรษฐกิจของเมียนมาเผชิญกับภาวะถดถอยอย่างหนัก นับตั้งแต่เกิดการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564 ที่ซ้ำเติมด้วยมาตรการคว่ำบาตรของฝ่ายตะวันตก และสถานการณ์สู้รบระหว่างทหารกับกองกำลังชาติพันธุ์ ซึ่งทวีความรุนแรงอีกครั้ง ตั้งแต่ปลายเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา


ขณะที่ธนาคารโลก ( เวิลด์แบงก์ ) คาดการณ์เมื่อช่วงต้นปีนี้ ว่าเศรษฐกิจของเมียนมามีแนวโน้มเติบโตอีก 3% ภายในระยะเวลา 12 เดือน จนถึงเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา แต่ยังเป็นสถิติที่ต่ำกว่าเมื่อปี 2562 ประมาณ 10%.

เครดิตภาพ : AFP