สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. ว่า โครงกระดูกของ “กอร์โกซอรัส” ซึ่งเป็นไดโนเสาร์ตระกูลไทแรนโนซอรัส ไขความกระจ่างเกี่ยวกับการเติบโตของพวกมัน จากลูกไดโนเสาร์ที่มีรูปร่างเพรียวบาง กลายเป็นสัตว์นักล่าขนาดใหญ่ที่อยู่จุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร
ตามงานศึกษาชิ้นใหม่ในวารสาร “ไซแอนส์ แอดวานเซส” (Science Advances) กอร์โกซอรัสตัวดังกล่าวมีอายุประมาณ 6 ปี ตอนที่มันตายเมื่อกว่า 75 ล้านปีก่อน และฟอสซิลของมันถูกค้นพบในปี 2552 ที่อุทยานไดโนเสาร์แห่งรัฐ ทางตะวันออกของเมืองคาลการี ในแคนาดา แต่เมื่อโครงกระดูกถูกนำกลับมายังห้องปฏิบัติการ ทีมนักวิทยาศาสตร์สังเกตเห็นความแปลกประหลาดบางอย่าง
นายฟรองซัวส์ เธอร์เรียน ผู้เขียนนำของงานศึกษา จากพิพิธภัณฑ์รอยัลไทร์เรลล์ กล่าวว่า พวกเขารู้สึกทึ่ง ที่พบซากอาหารมื้อสุดท้ายของลูกกอร์โกซอรัสตัวนี้ และสิ่งที่น่าประหลาดใจที่สุดคือ กระดูกขาชิ้นเล็ก ๆ ที่ยื่นออกมาจากซี่โครงของมัน เป็นของลูก “ซิติเปส” 2 ตัว ซึ่งมันเป็นไดโนเสาร์ที่มีลักษณะเหมือนนก และคล้ายคลึงกับนกแคสโซแวรี ในปัจจุบัน
ขณะที่ นางดาร์ลา เซเลนิตสกี ผู้เขียนร่วมของงานศึกษา และนักบรรพชีวินวิทยา จากมหาวิทยาลัยคาลการี ระบุเสริมว่า “ไดโนเสาร์กินจุกจิก” ชนิดนี้ ใช้ฟันอันแหลมคมของมัน ฉีกกระฉากเฉพาะ “ส่วนขา” ของลูกซิติเปส 2 ตัวเท่านั้น

นอกจากนี้ การค้นพบข้างต้นยังให้เบาะแสหายาก ซึ่งบ่งบอกว่า ไดโนเสาร์ตระกูลไทแรนโนซอรัส เปลี่ยนอาหารการกินจากเนื้อน่อง เป็นไดโนเสาร์กินพืชขนาดยักษ์ เมื่อเข้าสู่ช่วงโตเต็มวัย เนื่องจากร่างกายของพวกมันโตขึ้นเกือบ 10 เท่า และมีน้ำหนักมากถึง 3,000 กิโลกรัม
กระนั้น เธอร์เรียน กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงด้านการกินดังกล่าว ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ในอาณาจักรสัตว์ เพราะจระเข้ และมังกรโคโมโด ต่างเริ่มจากการกินแมลง ก่อนที่จะเปลี่ยนมากินสัตว์ฟันแทะ และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ในภายหลังเช่นกัน.
เครดิตภาพ : AFP



