กลับมาปล่อยผลงานโซโล่เดี่ยวอีกครั้งสำหรับ SMEW เจ้าของตำแหน่งแชมป์รายการ THE RAPPER หลังมุ่งมั่นส่งผลงานในเส้นทางสายฮิปฮอปที่ผสมผสานดนตรี ร็อค และ พั๊งค์ เข้าไปในเพลงของเขา อย่างซิงเกิ้ล NERD ที่เค้าได้ปล่อยไปก่อนเดินทางไปฝึกงานที่ประเทศญี่ปุ่นหลายเดือน วันนี้ SMEW แรปเปอร์ฝีมือดีจากค่าย XOFLOW กลับมาพร้อมซิงเกิลใหม่ ในเพลงสไตล์ ฮิปฮอป ร็อค อกหัก ภาษาคม ตามสไตล์ของเค้า อย่างเพลง ‘LET IT BURN’ โดยเป็นเพลงที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่จบลงไปแล้ว โดยที่อีกฝ่ายเค้าได้ตัดขาดจากเรา แต่เรายังคงนึกถึงทุกเรื่องราว ตอนที่เราเคยอยู่ด้วยกันอยู่ คำโดยคำว่า LET IT BURN ก็เปรียบเหมือนการที่เราปล่อยให้ความทรงจำเก่าๆ BURN ไป เผามันทิ้งไปให้หมด พร้อมกับความเจ็บปวดความทุกข์ทั้งหมดที่มี

SMEW เผยว่า “ช่วงที่หายไป 6 เดือน ผมมีภารกิจที่ต้องไปฝึกงานที่ประเทศญี่ปุ่น ในสาขาวิศวะ นาโน ที่ผมเรียนอยู่ ซึ่งก็แบ่งเวลาไปให้กับการฝึกงานแบบเต็มๆ แล้วมีโอกาสที่พี่ๆ ชักชวนไปทำงานเบื้องหลัง เขียนเพลงให้กับน้องๆ 789 BUS และ เพลงใหม่ของ พี่ไอซ์ ภาริส ก็ต้องขอบคุณพี่ๆ ที่ไว้ใจให้ผมได้มาเขียนเพลงนะครับ สำหรับซิงเกิล LET IT BURN เพลงนี้ จริงๆ เป็นเพลงที่ผมเคยเขียนเนื้อเพลงไว้ครึ่งเพลงแล้ว ตั้งแต่ปีก่อน ตอนแรกผมเริ่มจากดนตรีที่มีแค่กีต้าร์ ดีดเป็นคอร์ด กับท่อนฮุคอย่างเดียว แล้วถึงมาคุยกับพี่จีโน่ ที่เป็น producer เพลงนี้ให้ผม เพื่อพัฒนา เป็นเพลงเต็ม ก็เป็นอีกแนวนึง ที่ผมยังไม่เคยทำมาก่อน เพลงนี้มีความพิเศษของเพลง ที่ตั้งแต่ปล่อยเพลงออกมา เพลงนี้คือเพลงที่ผมชอบที่สุด อาจจะเพราะว่า เป็นเพลงที่ผมได้เป็นตัวเองมากขึ้น ทำให้เราโตขึ้นจากเดิมมาก และก็มีโอกาสได้ทดลองเขียนเนื้อ ภาษาอังกฤษ แทรกเข้าไปในเนื้อเพลงมากถึงครึ่งนึงเลยด้วยครับ สำหรับการทำงานร่วมกับพี่จีโน่ ถึงจะเป็นครั้งแรก แต่ก็สนุกมากครับ พี่จีโน่ เป็นคนที่สบายๆ เป็นกันเองมาก ทั้งๆ ที่เค้าทำเพลงดังมาเยอะมากๆ ความเป็นกันเอง เลยทำให้เราคุยกันง่ายขึ้น คอยช่วยกันหาแนวทางของดนตรี ที่เราอยากจะทำ มันเลยทำให้เพลงนี้ สมบูรณ์แบบกว่าเดิมมากๆ ครับ โดยที่ดนตรีในคราวนี้ ก็จะมีความเป็น ฮิปฮอปมากขึ้น แต่ก็ยังคงกลิ่นอายของความเป็นร็อคเหมือนเพลงก่อนๆไว้อยู่คับ ยังไงก็ฝากทุกคนติดตามเพลง Let it Burn single ใหม่ล่าสุดของผมด้วยนะครับ เป็นเพลงที่ผมตั้งใจเขียนมากๆ หวังว่าทุกคนจะชอบกันนะครับ…”

แฟนๆสามารถติดตามข่าวสารรอบโลกได้แล้ววันนี้ที่ www.dailynews.co.th และทุกแพลตฟอร์มของ Dailynews



