ท่ามกลางความอาลัยรักของพสกนิกร เมื่อ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ได้สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ที่ผ่านมา อีกหนึ่งสิ่งที่เป็นเสมือนสัญลักษณ์แห่งความทรงจำและสะท้อนถึงวิถีแห่งความพอเพียงอันลึกซึ้งในพระราชวงศ์ไทย คือ “รถยนต์พระที่นั่งเจมส์ บอนด์” (James Bond) ซึ่งจะรับหน้าที่สำคัญในพิธีเชิญพระศพในครั้งนี้

อัตลักษณ์และความเรียบง่ายของ “เจมส์ บอนด์”

รถยนต์พระที่นั่ง “เจมส์ บอนด์” คือรถยนต์ยี่ห้อ Volkswagen Caravelle T4 รุ่น V6 แบบฐานล้อยาว ตัวรถภายนอกโดดเด่นด้วยโทนสีเทาคลาสสิก คาดแถบสีฟ้าอ่อน และติดแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข 1ด-0929

แม้จะเป็นรถยนต์พระที่นั่งขององค์พระมหากษัตริย์ แต่ “เจมส์ บอนด์” คันนี้กลับคงสภาพเดิมจากโรงงานอย่างไร้การตกแต่งเสริมความหรูหรา ภายในตัวรถมีเพียงอุปกรณ์เท่าที่จำเป็นต่อการทรงงานเท่านั้น ได้แก่..
-โต๊ะทรงงานขนาดเล็ก ติดตั้งไว้สำหรับทรงงานและตรวจเอกสารในขณะเดินทาง
-ระบบเครื่องเสียง ยังคงวิทยุเดิมๆ ที่ติดตั้งมาจากโรงงาน โดยไม่มีการดัดแปลงหรือเพิ่มระบบอำนวยความสะดวกที่เกินความจำเป็น

ภาพ : พระราชพิธีเชิญพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ยานพาหนะคู่พระบารมี สะท้อนศาสตร์แห่ง “ความพอเพียง”

ย้อนกลับไปในอดีต รถยนต์พระที่นั่งคันนี้คือประจักษ์พยานแห่งพระราชจริยวัตรอันงดงามของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ในหลวง รัชกาลที่ 9) ที่ทรงใช้สอยปฏิบัติพระราชกรณียกิจเคียงข้างพสกนิกรไทยมายาวนานกว่า 20 ปี

ตลอดระยะเวลาสองทศวรรษ ในหลวง รัชกาลที่ 9 มีพระราชกระแสรับสั่งให้ช่างคอยดูแลรักษาและซ่อมบำรุงรถคันนี้ตามอายุการใช้งาน เพื่อให้สามารถใช้งานต่อได้อย่างคุ้มค่าที่สุด แทนการเปลี่ยนไปใช้รถยนต์พระที่นั่งคันใหม่ที่ทันสมัยหรือหรูหรากว่า นับเป็นแบบอย่างของปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” ที่พระองค์ทรงปฏิบัติให้ประชาชนได้เห็นจริงตลอดพระชนม์ชีพ

ภาพ : พระราชพิธีเชิญพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ภารกิจส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

นอกเหนือจากการเป็นรถทรงงาน “เจมส์ บอนด์” ยังได้รับเกียรติยศสูงสุดในการเป็นพาหนะอัญเชิญพระบรมศพและพระศพของเจ้านายชั้นสูงในราชวงศ์จักรีถึง 3 ครั้งสำคัญ ซึ่งเป็นภาพที่ตราตรึงอยู่ในหัวใจของคนไทยทุกคน

1.การเชิญพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ในวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2559 โดยอัญเชิญพระบรมศพจากโรงพยาบาลศิริราช มุ่งสู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

2.การเชิญพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2568 โดยอัญเชิญพระบรมศพจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย สู่พระบรมมหาราชวัง โดยรถยนต์พระที่นั่ง “เจมส์ บอนด์” เคลื่อนตามรถของสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร) ท่ามกลางริ้วขบวนรถพระที่นั่งของพระบรมวงศานุวงศ์อย่างสมพระเกียรติ

3.การเชิญพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เส้นทางจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ไปยังพระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อประกอบพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล

รถยนต์พระที่นั่ง Volkswagen Caravelle “เจมส์ บอนด์” หมายเลขทะเบียน 1ด-0929 คันนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ยานพาหนะเท่านั้น หากแต่ยังเป็น “มรดกทางประวัติศาสตร์” ที่มีชีวิต เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจที่บันทึกเรื่องราวแห่งความพอเพียง และในการทำหน้าที่เชิญพระศพ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” ในครั้งนี้ ยิ่งตอกย้ำถึงความผูกพันอันลึกซึ้ง และการน้อมส่งเสด็จพระองค์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชน สู่สวรรคาลัยและสมพระเกียรติยศสูงสุด..