สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ว่าสภาผู้แทนราษฎรฝรั่งเศสมีมติเสียงข้างมาก 270 ต่อ 265 เสียง ในการประชุมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ไม่รับร่างกฎหมายเพื่อแก้ไขกฎหมายผู้อพยพฉบับปัจจุบัน ซึ่งเสนอโดยประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง


แม้รัฐบาลให้เหตุผลว่า การแก้ไขกฎหมายจะเป็นการสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถจำแนกกลุ่มผู้อพยพง่ายขึ้น และควบคุมการหลั่งไหลของผู้อพยพได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตลอดจนการประหยัดงบประมาณของภาครัฐ เนื่องจากจะมีการตัดสวัสดิการช่วยเหลือผู้อพยพผิดกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม สมาชิกจากพรรคขวาจัด พรรคซ้ายจัด และพรรคฝ่ายซ้าย “ผนึกกำลังเฉพาะกิจ” คว่ำร่างกฎหมาย โดยฝ่ายซ้ายกล่าวว่า เป็นการทำให้ภาครัฐต้องเป็นฝ่ายเพิ่มความอดทนกับผู้อพยพ แต่ฝ่ายขวาจัดมองว่า การแก้ไขกฎหมาย “ยังไม่เข้มงวดพอ”


ทั้งนี้ พรรครัฐบาลสายกลางของมาครงสูญเสียการครองเสียงข้างมากในสภา หลังการเลือกตั้งเมื่อปี 2565 ซึ่งแน่นอนว่า กลายเป็นอุปสรรคให้กับรัฐบาล ในการเสนอและผ่านร่างกฎหมายหลายฉบับ


อนึ่ง ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา นางเอลิซาเบธ บอร์น นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส ใช้อำนาจตามมาตรา 49 : 3 ตามรัฐธรรมนูญฝรั่งเศส ที่ให้สิทธิรัฐบาลกลาง ในการผ่านร่างกฎหมายได้อัตโนมัติ โดยไม่จำเป็นต้องได้ผ่านการลงมติจากสภา ผ่านกฎหมายเพิ่มเพดานอายุเกษียณของแรงงานในระบบเป็น 64 ปี เรียกเสียงประณามอย่างหนักจากฝ่ายค้าน และทำให้การประท้วงในเวลานั้น ยืดเยื้อออกไปนานอีกหลายเดือน.

เครดิตภาพ : AFP