เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ที่โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย จ.พระนครศรีอยุธยา นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมช.ศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดกิจกรรมคิกออฟการขับเคลื่อนการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง โดยนายสุรศักดิ์ กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าวที่จัดขึ้น ต้องการให้เกิดความมั่นคงของประเทศ เพราะความมั่นคงจะเกิดขึ้นได้มาจากประชาชนทุกช่วงวัย เข้าใจในรากฐานวัฒนธรรมและความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ของชาติ มีจิตสำนึกรักความเป็นไทย มีคุณธรรมจริยธรรมค่านิยมและหลักคิดที่ถูกต้อง และสถาบันสำคัญของชาติ เป็นพลเมืองที่ดีของชาติ ซึ่งการพัฒนาเยาวชนของชาติ ต้องอาศัยกระบวนการการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ โดยในปีงบประมาณ 2567 กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ประกาศนโยบายและจุดเน้นด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษามุ่งเน้นการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม เพื่อให้มีความทันสมัยน่าสนใจ เหมาะสมกับทุกช่วงวัย และบริบทของพื้นที่ และภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ของชาติไทยและสถาบันชาติ
รมช.ศธ. กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ ศธ. มีกิจกรรมที่ขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าวให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม ดังนี้ 1.ศึกษาและวิจัยแนวทางการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ของประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง โดยพัฒนาผู้บริหารทุกเขตพื้นที่ทุกโรงเรียนศึกษานิเทศก์ 490 คน และครู 2,310 คน พร้อมหาโรงเรียนต้นแบบการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ 245 แห่งทั่วประเทศ 2.ผลิตสื่อตำราเรียนสื่ออิเล็กทรอนิกส์และอื่นๆ ให้มีความทันสมัยสอดคล้องกับคนทุกช่วงวัยกว่า 100 รายการ เพื่อให้ใช้ในการเรียนการสอน และจัดรถโชว์สาธิตการสอนประวัติศาสตร์ สร้างจิตสำนึกความเป็นไทยทุกภูมิภาค โดยบูรณาการร่วมกัน 4 กระทรวงได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ ศธ. เพื่อสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เพื่อสร้างจิตสำนึกรักแผ่นดินเกิด 3.จัดมหกรรมการเรียนการสอนประวัติศาสตร์สัญจร 4 ภูมิภาค 4.สร้างจิตอาสาพัฒนาท้องถิ่น จัดตั้งกลุ่มยุวชนลูกเสือจิตอาสา ร่วมพัฒนาสังคมปิดทองหลังพระ ลูกเสือมัคคุเทศก์ให้บริการประชาชนและเผยแพร่ความรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และ 5.จัดทำข้อเสนอประเมินความรู้การสมัครบุคคลเข้ารับราชการต้องมีสำนึกรักความเป็นไทย
“การเรียนการสอนประวัติศาสตร์จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ซึ่งจะมีความทันสมัย ไม่ใช่การเรียนแบบท่องจำ ซึ่งการเรียนประวัติศาสตร์ ไม่จำเป็นต้องเพิ่มชั่วโมงเรียน แต่เน้นการเรียนรู้นอกห้องเรียนให้มากขึ้น เพื่อให้เด็กรู้สึกสนุกกับการเรียน นอกจากนี้ การปรับรูปแบบเรียนการสอนประวัติศาสตร์ ยังเชื่อมโยงกับการสร้างซอฟต์พาวเวอร์อีกด้วย ทั้งนี้ หลังจากคิกออฟเรื่องนี้แล้ว จะมีคณะทำงานติดตามประเมินผลว่า การขับเคลื่อนการเรียนประวัติศาตร์ สำเร็จตามเป้าหมายที่เราวางไว้หรือไม่” นายสุรศักดิ์ กล่าว



