นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวในงาน หัวเว่ย คลาวด์ เอไอ ซัมมิต ไทยแลนด์ 2023 ว่า ดีอี ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) เพื่อการพัฒนาทางดิจิทัล  กับ  หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย)  เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) และคลาวด์ ในประเทศไทย โดยตั้งเป้าหมายให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) เอไอ ของภูมิภาคอาเซียน  ผ่านความร่วมมือ 4 ด้าน คือ 1.สร้างฐานข้อมูลด้านเอไอของไทย  2. ช่วยกันเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัล 3. อัปสกิล รีสกิล ทักษะดิจิทัลให้คนไทยไท และผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และ 4. เชิญชวนพันธมิตรการค้าของหัวเว่ย และผู้ประกอบการมาลงทุนในไทย เพื่อสร้างฐานเทคโนโลยีให้เกิดขึ้นในไทย

“นายกรัฐมนตรี มีนโยบายในการใช้เทคโนโลยี  เพื่อสร้างรายได้ ลดรายจ่าย ให้ประชาชนเข้าถึงดิจิทัลมากขึ้น รวมถึง นโยบาย คลาวด์-เฟิร์ส  กระทรวงดีอีได้รับนโยบายจากรัฐบาลมา จึงถึงเวลาที่ต้องลงมืออย่างจริงจัง  เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลาง ทั้งด้านเอไอ ดาต้าเซ็นเตอร์ จึงต้องสร้างบุคลากรด้านเอไอมาช่วยยกระดับประเทศ หวังว่าความร่วมมือนี้ จะนำไปสู่ความร่วมมือด้านต่างๆ ในอนาคตต่อไป”

นายเดวิด หลี่ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า  ที่ผ่านมาหัวเว่ย เป็นผู้ลงทุนด้านเอไอรายใหญ่ของไทย ในการขับเคลื่อนการใช้งานเทคโนโลยีระบบคลาวด์และเอไอ ในประเทศไทย โดยมีเป้าหมายนอกจากช่วยให้ไทยเป็นฮับในภูมิภาคอาเซียนแล้ว ทำให้ไทยเป็นประเทศผู้พัฒนาเอไอมากกว่าการเป็นผู้ใช้งาน โดยจะช่วยพัฒนาบุคลากรด้านเอไอให้ไทยไม่น้อยกว่า 2 หมื่นราย ภายใน 3 ปี  พร้อมส่งเสริมให้มีการใช้งานเอไออย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เพื่อสร้างความก้าวหน้าทางดิจิทัลของประเทศ

นอกจากนี้ยังได้ร่วมมือ กรมอุตุนิยมวิทยา พัฒนาโมเดลพยากรณ์อากาศ ผานกู่ (Pangu) ที่มีความแม่นยำและใช้เวลาพยากรณ์ได้เร็วขึ้น และยังได้ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) มหาวิทยาลัยต่าง ๆ เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมาคมเอไอ องค์กรธุรกิจและพันธมิตร เปิดตัว  คลาวด์ แอนด์ เอไอ คอมมูนิตี้ ไทยแลนด์ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนาเทคโนโลยีเอไอสร้างบทบาทของประเทศไทยสู่ระดับโลกด้วย.