สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ว่ากองทัพอิสราเอลออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับรายงานของหลายฝ่ายที่ระบุว่า ปฏิบัติการโจมตีทางทหารของอิสราเอลในฉนวนกาซา ซึ่งเปิดฉากเมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา เป็นการใช้ “ระเบิดไม่นำวิถี” หรือ “ระเบิดโง่” ว่า “ไม่เป็นความจริงอย่างสิ้นเชิง” โดยยืนยันว่า ระเบิดที่ใช้ทุกลูก “เป็นระเบิดนำวิถีซึ่งมีความแม่นยำสูง”


ขณะเดียวกัน กองทัพอิสราเอลยืนยันว่า ให้ความระมัดระวังกับพลเรือน กล่าวว่า กลุ่มฮามาสต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบ การที่ประชาชนในฉนวนกาซาเสียชีวิตเป็นอย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์ เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ระบุว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในฉนวนกาซา เพิ่มเป็นมากกว่า 19,000 รายแล้ว


ด้านประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ ออกมาเตือนอีกครั้ง ว่าอิสราเอลกำลังเผชิญกับความเสี่ยง ของการสูญเสียความสนับสนุนจากประชาคมโลก เนื่องจากปฏิบัติการทางทหารที่ “ตามอำเภอใจ” รัฐบาลวอชิงตันยังคงสนับสนุนอิสราเอล ในการกวาดล้างกลุ่มฮามาส แต่ในเวลาเดียวกัน การรักษาชีวิตของประชาชนเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญในระดับสูงสุดเช่นกัน

ทหารอิสราเอลตรวจสอบอุโมงค์แห่งหนึ่ง ซึ่งเชื่อมระหว่างเมืองเอเรซ ทางตอนใต้ของประเทศ กับภาคเหนือของฉนวนกาซา


เกี่ยวกับการที่กองทัพอิสราเอลเปิดเผย การค้นพบอุโมงค์ “ยาวสุดเท่าที่เคยค้นพบ” เป็นระยะทางราว 4 กิโลเมตร เชื่อมระหว่างภาคเหนือของฉนวนกาซา กับเมืองเอเรซ ที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอิสราเอล และอุโมงค์แห่งดังกล่าวมีความกว้างและความสูงเพียงพอ ที่จะให้ยานพาหนะขนาดเล็กเคลื่อนผ่านได้ และมีการวางระบบไฟฟ้า น้ำประปา เครือข่ายการสื่อสาร และระบบรางด้วย


นายโอซามา ฮัมดัน หนึ่งในเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกลุ่มฮามาส ซึ่งลี้ภัยอยู่ในเลบานอน กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า การเปิดเผยเรื่องนี้ หลังสงครามยืดเยื้อมานานกว่า 2 เดือนนั้น “สายเกินไปแล้ว” เพราะกลุ่มฮามาส “ประสบความสำเร็จ” ในการใช้อุโมงค์แห่งนี้ เป็นเส้นทางเปิดฉากโจมตีอิสราเอล เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา.

เครดิตภาพ : AFP