สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ว่ากองทัพอิสราเอลออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับรายงานของหลายฝ่ายที่ระบุว่า ปฏิบัติการโจมตีทางทหารของอิสราเอลในฉนวนกาซา ซึ่งเปิดฉากเมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา เป็นการใช้ “ระเบิดไม่นำวิถี” หรือ “ระเบิดโง่” ว่า “ไม่เป็นความจริงอย่างสิ้นเชิง” โดยยืนยันว่า ระเบิดที่ใช้ทุกลูก “เป็นระเบิดนำวิถีซึ่งมีความแม่นยำสูง”
ขณะเดียวกัน กองทัพอิสราเอลยืนยันว่า ให้ความระมัดระวังกับพลเรือน กล่าวว่า กลุ่มฮามาสต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบ การที่ประชาชนในฉนวนกาซาเสียชีวิตเป็นอย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์ เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ระบุว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในฉนวนกาซา เพิ่มเป็นมากกว่า 19,000 รายแล้ว
"We do our best to conduct our operations as carefully and as professionally as possible…there may be deviations that require further examination. The IDF has a robust system for doing so, and it starts with the IDF’s General Staff Fact Finding and Assessment Mechanism."
— Israel Defense Forces (@IDF) December 18, 2023
Watch… pic.twitter.com/NRHO1m0Q9q
ด้านประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ ออกมาเตือนอีกครั้ง ว่าอิสราเอลกำลังเผชิญกับความเสี่ยง ของการสูญเสียความสนับสนุนจากประชาคมโลก เนื่องจากปฏิบัติการทางทหารที่ “ตามอำเภอใจ” รัฐบาลวอชิงตันยังคงสนับสนุนอิสราเอล ในการกวาดล้างกลุ่มฮามาส แต่ในเวลาเดียวกัน การรักษาชีวิตของประชาชนเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญในระดับสูงสุดเช่นกัน

เกี่ยวกับการที่กองทัพอิสราเอลเปิดเผย การค้นพบอุโมงค์ “ยาวสุดเท่าที่เคยค้นพบ” เป็นระยะทางราว 4 กิโลเมตร เชื่อมระหว่างภาคเหนือของฉนวนกาซา กับเมืองเอเรซ ที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอิสราเอล และอุโมงค์แห่งดังกล่าวมีความกว้างและความสูงเพียงพอ ที่จะให้ยานพาหนะขนาดเล็กเคลื่อนผ่านได้ และมีการวางระบบไฟฟ้า น้ำประปา เครือข่ายการสื่อสาร และระบบรางด้วย
EXPOSED: The biggest Hamas terrorist tunnel discovered.
— Israel Defense Forces (@IDF) December 17, 2023
This massive tunnel system branches out and spans well over four kilometers (2.5 miles). Its entrance is located only 400 meters (1,310 feet) from the Erez Crossing—used by Gazans on a daily basis to enter Israel for work… pic.twitter.com/RcjK5LbvGL
นายโอซามา ฮัมดัน หนึ่งในเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกลุ่มฮามาส ซึ่งลี้ภัยอยู่ในเลบานอน กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า การเปิดเผยเรื่องนี้ หลังสงครามยืดเยื้อมานานกว่า 2 เดือนนั้น “สายเกินไปแล้ว” เพราะกลุ่มฮามาส “ประสบความสำเร็จ” ในการใช้อุโมงค์แห่งนี้ เป็นเส้นทางเปิดฉากโจมตีอิสราเอล เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา.
เครดิตภาพ : AFP



