“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” รายงานว่า สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ได้ติดตามตรวจสอบการเรียกเก็บค่าโดยสารเส้นทางภายในประเทศ โดยรวบรวมข้อมูลจากเว็บไซต์ของสายการบินหลักที่ให้บริการทั้งหมด 6 ราย ได้แก่ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส, ไทยสมายล์, ไทยแอร์เอเชีย, นกแอร์, ไทยไลอ้อนแอร์ และไทยเวียตเจ็ท ในไตรมาสที่ 3/66 (ก.ค.-ก.ย.66) ซึ่งเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (Low Season) พบว่า ไม่พบการเรียกเก็บค่าโดยสารเกินเพดานที่สายการบินได้รับอนุมัติตามหลักเกณฑ์ของ กพท. โดยกลุ่มเส้นทางบินที่ไม่ควบคุมค่าโดยสาร ระยะทางบินไม่เกิน 300 กิโลเมตร (กม.) มีการเดินทางภาคพื้นไม่สะดวก และเป็นการบินเชื่อมระหว่างภาค มีให้บริการ 30 เส้นทาง โดยเส้นทางบินที่ค่าโดยสารสูงสุด ได้แก่ เส้นทาง สมุย-เชียงใหม่ 9,430 บาท และเส้นทางที่ค่าโดยสารต่ำสุด ได้แก่ เส้นทาง เชียงใหม่-อู่ตะเภา 407 บาท 

ส่วนกลุ่มเส้นทางบินที่ควบคุมค่าโดยสาร ระยะทางบินไม่เกิน 300 กม. และเดินทางภาคพื้นไม่สะดวก เพดานค่าโดยสารไม่เกิน 22 บาทต่อกม. มีให้บริการ 8 เส้นทาง โดยเส้นทางที่ค่าโดยสารสูงสุด และต่ำสุด ได้แก่ เส้นทางกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ)-ตราด สูงสุด 4,730 บาท และต่ำสุด 1,630 บาท ขณะที่กลุ่มเส้นทางบินที่ระยะทางบินเกิน 300 กม. และให้บริการเต็มรูปแบบ เพดานค่าโดยสารไม่เกิน 13 บาทต่อกม. ให้บริการ 26 เส้นทาง เส้นทางที่ค่าโดยสารสูงสุด มี 4 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางกระบี่-กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ), ภูเก็ต-กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ), กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ)-กระบี่ และกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ)-ภูเก็ต 5,630 บาท เส้นทางที่ค่าโดยสารต่ำสุด ได้แก่ เส้นทาง กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ)-ขอนแก่น 1,300 บาท

สำหรับสถานการณ์ค่าโดยสารของบริการแบบต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์) ในกลุ่มเส้นทางบินที่มีระยะทางเกิน 300 กม. เพดานค่าโดยสาร 9.40 บาทต่อ กม. พบว่า มีการให้บริการ 62 เส้นทาง โดยเส้นทางที่ค่าโดยสารสูงสุด ได้แก่ เส้นทางกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ)-ภูเก็ต และ ภูเก็ต-กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) 6,355 บาท ส่วนค่าโดยสารต่ำสุด ได้แก่ เส้นทางพิษณุโลก-กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) 407 บาท ซึ่งเป็นค่าโดยสารราคาพิเศษ และมีจำนวนที่นั่งจำกัด อย่างไรก็ตามจากการพิจารณาความสามารถในการให้บริการ พบว่า สายการบินไทยแอร์เอเชีย มีสัดส่วนเส้นทางภายในประเทศสูงสุด 34% รองลงมาคือ นกแอร์ 16% ไทยไลอ้อนแอร์ และบางกอกแอร์เวย์ส 15% ส่วนไทยเวียตเจ็ท และไทยสมายล์ 10%

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า สำหรับไตรมาส 4/66 (ต.ค.-ธ.ค.66) เนื่องจากเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) ที่มีเทศกาล และวันหยุดยาวในหลายช่วง ทำให้ประชาชนมีความต้องการการเดินทางเพิ่มสูงขึ้นมาก ส่งผลให้ระดับราคาค่าโดยสารปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาด จึงคาดว่าในไตรมาสที่ 4/66 ค่าโดยสารจะปรับตัวในทิศทางเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 3/66 อย่างไรก็ตาม กพท. จะตรวจติดตามการกำหนดค่าโดยสารของสายการบิน เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยผู้โดยสารสามารถตรวจสอบเพดานราคาในแต่ละเส้นทางได้ด้วยที่ www.caat.or.th/th/archives/36895  หากพบว่าซื้อบัตรโดยสารราคาสูงกว่าเพดานที่กำหนด สามารถแจ้งมายังระบบแจ้งเรื่องร้องเรียนของ กพท. ได้ พร้อมกับแนบเอกสารหลักฐาน เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.