สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. ว่า กองกำลังฮูตีออกแถลงการณ์ ว่าจะปฏิบัติการในช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ที่อยู่ทางตอนใต้สุดของทะเลแดง และเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือสายสำคัญ เชื่อมระหว่างทวีปยุโรปกับทวีปเอเชีย “ต่อให้สหรัฐรวบรวมสมัครพรรคพวกจากทั่วโลกเพื่อหยุดยั้งก็ตาม”


ทั้งนี้ กลุ่มฮูตีซึ่งมีฐานที่มั่นอยู่ในกรุงซานา เมืองหลวงของเยเมน กล่าวว่า ปฏิบัติการดังกล่าวจะสิ้นสุด เมื่ออิสราเอลยุติ “อาชญากรรมร้ายแรง” ต่อชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา และเปิดทางให้มีการส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าสู่พื้นที่ “ด้วยความราบรื่น”


การประกาศดังกล่าวของกลุ่มฮูตีเกิดขึ้น หลังสหรัฐประกาศ ตั้งพันธมิตรด้านความมั่นคงเฉพาะกิจ 10 ประเทศ เพื่อเผชิญหน้าและรับมือกับการเคลื่อนไหวของกองกำลังฮูตีในเยเมน ที่ยกระดับการยิงขีปนาวุธก่อกวน และโจมตีเรือบรรทุกสินค้าซึ่งแล่นผ่านทะเลแดง นับตั้งแต่สงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสปะทุ ในฉนวนกาซา เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา


ทั้งนี้ สมาชิกทั้ง 10 ประเทศ นำโดยสหรัฐ ร่วมด้วย สหราชอาณาจักร แคนาดา บาห์เรน ฝรั่งเศส อิตาลี เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ สเปน และเซเชลส์


อนึ่ง การที่ความเสี่ยงในการเดินเรือผ่านทะเลแดงเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนหลายอย่างของบริษัทเดินเรือเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย ทำให้บริษัทชิปปิ้งชั้นนำหลายแห่งของโลก พร้อมใจระงับการเดินทางเรือผ่านทะเลแดง และเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือ นำโดยบริษัท เมอส์ก จากเดนมาร์ก เอ็มเอสซีของสวิตเซอร์แลนด์ และเอเวอร์กรีนของไต้หวัน โดยเมอส์ก กล่าวว่า จะเปลี่ยนไปอ้อมผ่านแหลมกู๊ดโฮป ที่แอฟริกาใต้แทน


นอกจากนี้ บีพี หนึ่งในบริษัทพลังงานข้ามชาติรายใหญ่ระดับโลก และมีสำนักงานใหญ่อยู่ในสหราชอาณาจักร ประกาศระงับการลำเลียงเชื้อเพลิงทางเรือผ่านทะเลแดงอย่างไม่มีกำหนด.

เครดิตภาพ : AFP