เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. ที่ รร.วัดวิมุตยาราม เขตบางพลัด นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวภายหลังลงตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานขับเคลื่อนนโยบายห้องเรียนปลอดฝุ่น กทม. ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ได้รับรางวัลมาตรฐานห้องเรียนปลอดฝุ่นในระดับดีเลิศ จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ว่า รร. แห่งนี้เป็นหนึ่งใน รร. ที่มีการขับเคลื่อนนโยบายห้องเรียนสู้ฝุ่น และห้องปลอดฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการสร้างองค์ความรู้ให้ผู้เรียนมีความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ การวัดค่า และความรุนแรงของปัญหาฝุ่น ในแต่ละระดับ มีการปักธงแสดงสีคุณภาพอากาศในจุดต่างๆ ทั่วโรงเรียน เพื่อนำไปสู่การรับรู้ และการป้องกันตนเองอย่างปลอดภัย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการป้องกันฝุ่นในกลุ่มเด็กนักเรียน

ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวต่อไปว่า คงต้องมีการทบทวนเรื่องการหยุดโรงเรียนตอนฝุ่นเยอะ เพราะเหมือนเป็นการผลักภาระให้พ่อแม่มาดูแลเด็กแทน ซึ่งบางทีมีข้อจำกัดด้านที่อยู่อาศัย ด้านชุมชน ที่ไม่มีห้องปลอดฝุ่น และไม่มีคนดูแล เบื้องต้นมอบหมายให้นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. ไปศึกษารายละเอียดต่อไป ทั้งนี้ กทม. จะเพิ่มห้องเรียนปลอดฝุ่นให้ได้เยอะที่สุด และครอบคลุมเด็กที่เป็นกลุ่มเปราะบางให้มากที่สุด

“มีคนถามว่าทำไมฝุ่นเยอะ แต่ทำไมไม่ให้เด็กอยู่บ้าน เด็กบางคนอาจจะโชคดี มีห้องแอร์มีคนดูแล แต่เด็กจำนวนมากในชุมชน ต้องออกมาวิ่งเล่นข้างนอก ไม่มีใครดูแล เพราะพ่อแม่ออกไปทำงานหมด ถ้าเราสร้างพื้นที่ปลอดภัย แล้วให้เด็กอยู่กับเราก่อน ก็ดูแลเขา จนถึงเวลาเลิกเรียน แล้วค่อยกลับบ้าน อาจจะเป็นทางออกที่ดีกว่า”

ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ กทม. ได้เร่งดำเนินการจัดการฝุ่นที่เกิดจากการปล่อยควันดำ จากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ระบบสันดาป (เครื่องยนต์ดีเซล) โดยรณรงค์ให้เจ้าของรถเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ตามรอบการใช้งานอย่างถูกต้อง จะช่วยลดการปล่อยมลพิษทางอากาศและฝุ่น PM 2.5 ได้กว่าร้อยละ 10-15 รวมถึงช่วงต้นปี 67 รัฐบาลจะมีการเปลี่ยนมาตรฐานน้ำมันเป็น EURO 5 เชื่อมั่นว่า จะสามารถช่วยลดการปล่อยฝุ่นได้เพิ่มมากขึ้นด้วย.




