สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. ว่ากระทรวงพาณิชย์จีนออกแถลงการณ์ ยกเลิกสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับสินค้า 12 ชนิดของไต้หวัน รวมถึง อะคริลิก และพารา-ไซลีน ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2567 เนื่องจาก “รัฐบาลไทเปออกมาตรการจำกัดและเลือกปฏิบัติ” ต่อสินค้าหลายรายการของจีน ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงกรอบความร่วมมือเศรษฐกิจข้ามช่องแคบ (อีซีเอฟเอ) ที่ทั้งสองฝ่ายลงนามร่วมกัน เมื่อปี 2553 และฝ่าฝืนกฎระเบียบขององค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ)


ขณะที่สำนักงานคณะผู้แทนการค้าไต้หวันออกแถลงการณ์ ว่ารัฐบาลปักกิ่ง “ยังคงไม่เปลี่ยนรูปแบบการใช้มาตรการบีบบังคับทางเศรษฐกิจ” รัฐบาลไทเปขอเรียกร้องอีกฝ่าย “ยุติการยุยงปลุกปั่นฝ่ายเดียวทางการเมือง” และหันหน้ามาเจรจากัน ตามแนวทางของดับเบิลยูทีโอ


นอกจากนี้ รัฐบาลไทเปมองว่า การตรวจสอบสินค้าไต้หวันโดยจีนนั้น “ไม่สอดคล้องกับบรรทัดฐานระหว่างประเทศ” และ “ปราศจากความเป็นธรรม” อย่างไรก็ตาม ไต้หวันเชื่อมั่นว่า ผลกระทบจากการที่จีนยกเลิกการลดภาษีให้กับสินค้าของไต้หวัน 12 รายการนั้น จะอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ และไม่ส่งผลเชิงลบในระยะยาว


ต่อมา สำนักงานกิจการไต้หวันในกรุงปักกิ่งออกแถลงการณ์ ว่าการที่รัฐบาลไทเปชุดปัจจุบัน ภายใต้การนำของพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (ดีพีพี) “มุ่งแสวงหาแต่เอกราช” ทำให้การเจรจาเพื่อคลี่คลายปัญหาหลายเรื่องเป็นไปด้วยความยากลำบาก


อนึ่ง ไต้หวันมีกำหนดจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งต่อไป ในวันที่ 13 ม.ค. 2567 แม้ประธานาธิบดีไช่ อิง-เหวิน ผู้นำคนปัจจุบัน ไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้อีก เนื่องจากดำรงตำแหน่งครบสองสมัยติดต่อกันแล้วตามรัฐธรรมนูญ แต่นายไล่ ชิง-เต๋อ รองผู้นำคนปัจจุบัน ลงสมัครในนามตัวแทนพรรคดีพีพี ซึ่งจีนถือว่า “เป็นขบวนการแบ่งแยกดินแดน” ยังคงมีคะแนนนิยมนำเหนือคู่แข่ง.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES