สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. ว่า กองทัพอิสราเอลออกแถลงการณ์ ว่านับตั้งแต่สิ้นสุดระยะเวลาของข้อตกลงสงบศึก ระหว่างวันที่ 24 พ.ย.-1 ธ.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสามารถสังหารสมาชิกกลุ่มฮามาสได้มากกว่า 2,000 ราย จากการโจมตีทั้งทางบก ทางทะเล และทางอากาศ


ขณะที่นับตั้งแต่สงครามระหว่างทั้งสองฝ่ายเปิดฉาก เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา กองทัพอิสราเอลอ้างการสังหารสมาชิกกลุ่มฮามาสไปแล้วมากกว่า 8,000 ราย จากจำนวนดังกล่าวราว 1,000 ราย เกิดขึ้นในอิสราเอล เมื่อวันที่ 7 ต.ค. เพียงวันเดียว


ขณะที่นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล ยืนกรานปฏิเสธเงื่อนไขของกลุ่มฮามาส ที่ยังคงต้องการให้อิสราเอลยุติปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซา “อย่างเด็ดขาด” เนื่องจากเป้าหมายสูงสุดของอิสราเอล คือการต้องทำลายอีกฝ่ายให้ราบคาบ และการช่วยเหลือตัวประกันที่ยังเหลืออยู่ 129 คน หลังจากนั้น ฉนวนกาซาจะเข้าสู่ “กระบวนการ” เพื่อไม่ให้เป็นอันตรายแก่อิสราเอลอีกต่อไป


ทั้งนี้ กลุ่มฮามาสประกาศ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เน้นย้ำว่า จะไม่มีการเจรจาแลกเปลี่ยนตัวประกัน กับนักโทษปาเลสไตน์ในเรือนจำของอิสราเอล ภายใต้เงื่อนไขหยุดยิงอีก เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเพียงการพักรบชั่วคราวเท่านั้น เมื่อครบกำหนด อิสราเอลก็จะกลับมาโจมตีฉนวนกาซาอีก.

เครดิตภาพ : AFP