นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ได้หารือกับ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ถึงแนวการทบทวนเนื้อหาของ (ร่าง) พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาพยนตร์และเกม พร้อมผู้แทนจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องของทั้งสองกระทรวง ซึ่งสืบเนื่องจากการหารือแนวทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทยร่วมกับผู้บริหารภาคเอกชนเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทำให้ กระทรวงดีอี ได้รับทราบถึงปัญหาและความกังวลของคนในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะข้อกังวลเกี่ยวกับเนื้อหาของ (ร่าง) พ.ร.บ.ภาพยนตร์และเกม ฉบับใหม่ ที่กระทรวงวัฒนธรรม ดำเนินการยกร่างไว้ จึงเป็นที่มาของการหารือระหว่าง กระทรวงดีอี และกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อขอเสนอให้มีการพิจารณาทบทวนเนื้อหาของ (ร่าง) พ.ร.บ.ภาพยนตร์และเกม ฉบับใหม่ ให้มีความทันสมัยและดำเนินงานครอบคลุมในทุกมิติ อีกทั้งเป็นไปในรูปแบบของการส่งเสริมและกำกับผู้ประกอบการไทยให้เหมาะสมและชัดเจนยิ่งขึ้น

ประเสริฐ จันทรรวงทอง

สำหรับข้อหารือต่าง ๆ ประกอบด้วยการให้คำนิยามและการระบุประเภทของเกมและแอนิเมชั่น การปรับรูปแบบการกำกับหรือการจัดระดับความเหมาะสมของเนื้อหา (การจัดเรตติ้ง) เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อผู้ประกอบการ การหาแนวทางส่งเสริมการสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศ เพื่อขยายโอกาสการพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์และเกมผ่านกลไกทางการเงินทั้งในรูปแบบกองทุนหรือรูปแบบอื่น การพิจารณาความเป็นไปได้ของการจดแจ้งผ่านคณะกรรมการแทนระบบการขอใบอนุญาตประกอบกิจการ และการกำหนดโทษที่เหมาะสมกับฐานความผิดตาม พ.ร.บ.

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ คำจำกัดความของสื่อโฆษณาควรครอบคลุมข้อมูลที่ผ่านระบบดิจิทัล รวมถึงเนื้อหาที่เผยแพร่ในลักษณะการเชิญชวนผ่าน Live Streaming ขณะที่แอนิเมชั่นรูปแบบอวตาร (Avatar) ควรครอบคลุมอยู่ในประเภทภาพยนตร์ ขณะที่ภาพยนตร์หรือภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่เกิดจาก Generative AI รวมถึงภาพอนาจารและความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น ยังไม่ครอบคลุมใน พ.ร.บ. ซึ่งอาจต้องทบทวนเรื่องการผลิตภาพยนตร์ และคำจำกัดความต่าง ๆ ให้เหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี รวมถึงคำจำกัดความของร้านเกม ควรครอบคลุมถึงร้านเกมออนไลน์ หรือร้านเกมในโลกดิจิทัล เช่น ห้องแชต หรือห้องเกม ด้วย

“อุตสาหกรรมเกมและแอนิเมชั่นถือเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ผู้ประกอบการไทยมีศักยภาพและสามารถแข่งขันได้ในเวทีระดับโลก อีกทั้งเกมยังเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ไทย ที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ดังนั้น ทั้งสองกระทรวงจึงมีความเห็นตรงกันว่าให้มีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมกันระหว่าง กระทรวงวัฒนธรรม โดย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และ กระทรวงดีอี โดย ดีป้า และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อให้การดำเนินงานต่าง ๆ เป็นไปด้วยความถูกต้อง และสอดคล้องไปกับแผนงานของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ” รมว.ดีอี กล่าว

ด้าน นายเสริมศักดิ์ กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม เห็นพ้องที่จะให้มีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมกัน ซึ่งจะทำงานร่วมกับภาคเอกชน เพื่อให้การดำเนินงานต่าง ๆ เป็นไปในทิศทางเดียวกันและถูกต้อง ซึ่ง กระทรวงวัฒนธรรม จะมุ่งส่งเสริมการสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มแก่อุตสาหกรรมภาพยนตร์และอุตสาหกรรมเกม ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ไทย สู่ระดับสากล