ทีมวิจัยจากประเทศเดนมาร์กร่วมกับทีมจากสหรัฐ ได้สร้างโมเดลหรือแบบจำลองระบบคอมพิวเตอร์ที่สามารถเรียนรู้ต่อยอดได้ด้วยตัวเอง ชื่อว่า “life2vec” ซึ่งสามารถทำนายอายุขัยและช่วงเวลาที่จะเสียชีวิตของแต่ละคนได้อย่างแม่นยำมากกว่า 75% ของจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด
ทีมวิจัยสองชาติเพิ่งเผยแพร่ผลงานเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาในวารสารออนไลน์ “Nature Computational Science” พวกเขาใช้เทคโนโลยีเอไอสร้างโมเดลคอมพิวเตอร์ที่ทำงานคล้ายกับ “แชตจีพีที” เพียงแต่ไม่มีฟังก์ชันการโต้ตอบกับบุคคลภายนอก
แบบจำลองระบบเอไอ life2vec นี้ จะนำข้อมูลทั้งหมดของบุคคลจำนวนมากกว่า 6 ล้านคนในประเทศเดนมาร์ก ซึ่งได้แก่ อายุ สุขภาพ การศึกษา อาชีพ รายได้และเหตุการณ์สำคัญอื่น ๆ ในชีวิตของพวกเขามาใช้ในแบบจำลอง โดยหน่วยงานรัฐบาลที่เข้าร่วมโครงการวิจัยนี้เป็นผู้จัดหาข้อมูลเหล่านี้มาให้
แบบจำลอง life2vec จะได้รับการ “ฝึกสอน” ให้ทำความเข้าใจข้อมูลต่าง ๆ ในชีวิตของคนแต่ละคนในรูปแบบของประโยคคำพูดที่ป้อนเข้าไป เช่น “ในเดือนก.ย. ปี 2555 ฟรานซิสโกได้เงินเดือน 20,000 โครเนอร์จากตำแหน่งทหารรักษาการณ์ของปราสาทแห่งหนึ่งในเมืองเอลซินอร์”
เมื่อ life2vec พัฒนาตัวเองขึ้นมาจนถึงระดับหนึ่ง มันก็สามารถสร้าง “รูปแบบวิถีการใช้ชีวิต” ของบุคคลแต่ละคนออกมาได้ จนถึงขั้นท้ายสุด โมเดลเอไอตัวนี้ก็สามารถทำนายได้อย่างถูกต้องถึง 78% ว่ามีใครบ้างที่จะเสียชีวิตในปี 2563 ทั้งนี้ จะไม่มีการบอกช่วงเวลาที่คาดว่าจะเสียชีวิตแก่ผู้ที่เข้าร่วมโครงการโดยเด็ดขาด
ผลการวิจัยยังชี้ให้เห็นว่า ปัจจัยที่ทำให้บุคคลมีโอกาสเสียชีวิตตั้งแต่อายุยังไม่มาก ได้แก่ ปัญหาทางสุขภาพจิต, มีอาชีพที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญและมักจะเป็นเพศชาย ขณะที่การมีตำแหน่งระดับผู้นำหรือผู้บริหารในที่ทำงาน หรือมีรายได้ในระดับสูง จะทำให้บุคคลนั้น ๆ มีอายุขัยยืนนานกว่า
โมเดล life2vec ไม่เพียงทำนายอายุขัยได้ แต่ยังทำนายเกี่ยวกับบุคลิกภาพและการตัดสินใจที่สำคัญ ๆ ของแต่ละบุคคลได้ด้วย โดยทีมวิจัยกล่าวอ้างว่ามันสามารถทำนายได้เกือบจะทุกหัวข้อ
อย่างไรก็ตาม ทีมวิจัยยังไม่มีแผนการจะเปิดตัวโมเดลเอไอให้สาธารณชนมีโอกาสทดลองใช้ เพื่อเป็นการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของกลุ่มคนที่เข้าร่วมโครงการและมีการนำข้อมูลของพวกเขามาใช้ และจะดำเนินการศึกษาเพิ่มเติมก็ต่อเมื่อหาวิธีที่จะปกป้องความเป็นส่วนตัวของกลุ่มเจ้าของข้อมูลที่นำมาใช้ในการวิจัยได้แล้วเท่านั้น
นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังมีความเห็นว่า life2vec ควรเป็นโมเดลที่มีการนำไปใช้เพื่อทำนายแนวโน้มของสังคมโดยรวม ไม่ใช่นำไปใช้เพื่อทำนายแบบส่วนตัวสำหรับคนจริง ๆ ซึ่งมีชีวิต จิตใจและความคิดเป็นของตัวเอง
ที่มา : usatoday.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



