สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. ว่า คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) มีมติเรียกร้อง “คู่สงครามทุกฝ่าย” ในสงครามฉนวนกาซา ซึ่งยืดเยื้อตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา อนุญาตให้การส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าสู่พื้นที่ “เป็นไปอย่างปลอดภัยและปราศจากอุปสรรค”


ขณะเดียวกัน ยูเอ็นเอสซีเรียกร้อง “การกำหนดเงื่อนไข เพื่อนำไปสู่การยุติความรุนแรงอย่างยั่งยืน” ในฉนวนกาซา แม้ไม่ได้กำหนดช่วงเวลาอย่างแน่ชัด แต่ชัดเจนว่า เป็นการเลี่ยงใช้คำว่า “หยุดยิง” เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการถูกวีโต้โดยสหรัฐ ที่เป็นหนึ่งในสมาชิกถาวร และมีสิทธิใช้อำนาจดังกล่าวเพื่อปัดตกมติใดก็ตาม

เครื่องบินรบของอิสราเอลปล่อยแฟลร์ เหนือเมืองข่าน ยูนิส ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา


ทั้งนี้ การลงมติของยูเอ็นเอสซีถือว่า มีผลผูกพันตามกฎหมายระหว่างประเทศ และต้องผ่านโดยไม่มีการคัดค้านจากสมาชิกถาวรประเทศใด โดยการลงมติครั้งนี้ ได้รับเสียงสนับสนุน 13 เสียง ส่วนสหรัฐและรัสเซีย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสมาชิกถาวร ใช้สิทธิงดออกเสียง


นางลานา ซากี นุสไซเบห์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ประจำยูเอ็น ซึ่งร่วมผลักดันมติครั้งนี้ กล่าวว่า ยูเอเอีจะเดินหน้าขับเคลื่อนให้มีการบรรลุมติหยุดยิงอย่างเป็นทางการ ขณะที่นายริยาด มานซูร์ เอกอัครราชทูตปาเลสไตน์ประจำยูเอ็น กล่าวว่า การใช้ประเด็นมนุษยธรรม “เป็นเครื่องมือต่อรอง” ทางสงคราม “ต้องยุติได้แล้ว”

นางลินดา โธมัส-กรีนฟิลด์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำยูเอ็น ใช้สิทธิงดออกเสียง


ด้านกลุ่มฮามาสออกแถลงการณ์ประณามว่า มติของยูเอ็นเอสซีครั้งนี้ “ไม่เพียงพอ” และ “ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์จริง” ที่ “รัฐไซออนิสต์” เป็นผู้ก่อการ หมายถึงอิสราเอล


อย่างไรก็ตาม นางลินดา โธมัส-กรีนฟิลด์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ กล่าวว่า มติของยูเอ็นเอสซีครั้งนี้ “จุดประกายแห่งความหวัง” และเป็น “การขับเคลื่อนครั้งสำคัญเพื่อก้าวไปข้างหน้า”


อนึ่ง การลงมติของยูเอ็นเอสซีรอบนี้ช้าหว่ากำหนดหลายวัน เนื่องจากสหรัฐยืนกรานคัดค้านการใช้คำว่า หยุดยิง ขณะที่นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล กล่าวว่า ภารกิจทางทหารของกองทัพอิสราเอลจะเดินหน้าต่อไป จนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย นั่นคือ การกำจัดกลุ่มฮามาสให้สิ้นซาก ส่วนกลุ่มฮามาสกล่าวว่า จะไม่มีการปล่อยตัวประกันคนใดออกมาอีก จนกว่าอิสราเอลจะยุติการโจมตีฉนวนกาซา “อย่างเด็ดขาด”.

เครดิตภาพ : AFP