สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. ว่า คณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นมีมติเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ผ่อนคลายกฎระเบียบการส่งออกอาวุธ เป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2557 โดยนับจากนี้ ญี่ปุ่นจะสามารถส่งออกอาวุธและชิ้นส่วนซึ่งผลิตในประเทศ ภายใต้ใบอนุญาตของบริษัทต่างชาติ ไปยังจุดหมายปลายทางที่เป็นประเทศซึ่งเป็นเจ้าของใบอนุญาตนั้น


รัฐบาลญี่ปุ่นให้เหตุผลประกอบการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ว่าเป็นการดำเนินการอย่างเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับบรรยากาศด้านความมั่นคง และสันติภาพระหว่างประเทศ อีกทั้งเพื่อเป็นการขยายขอบเขตความสัมพันธ์ ระหว่างสหรัฐกับญี่ปุ่น


ทั้งนี้ สหรัฐจะเป็นประเทศแรก ซึ่งญี่ปุ่นดำเนินการตามการผ่อนคลายเงื่อนไขใหม่ โดยจะเป็นการส่งออกระบบขีปนาวุธแพทริออตรุ่นแพค-3 และจะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งญี่ปุ่นส่งออกอาวุธไปยังสหรัฐ


ก่อนหน้านี้ ญี่ปุ่นสามารถผลิตระบบแพค-3 เองอยู่แล้ว และจ่ายค่าธรรมเนียมการได้รับอนุญาตใช้สิทธิ ให้แก่บริษัทล็อกฮีด มาร์ติน ของสหรัฐ ซึ่งเป็นผู้พัฒนาระบบแพทริออต


อนึ่ง ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ต้องกำหนดเงื่อนไข และแนวทางปฏิบัติทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ให้อยู่ในระดับเคร่งครัดมาตลอด นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สองยุติ


ด้านแหล่งข่าวหลายคนกล่าวว่า ความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ เป็นไปตาม “การขอร้อง” ของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ ต่อนายกรัฐมนตรีฟุมิโอะ คิชิดะ ผู้นำญี่ปุ่น ระหว่างการพบหารือ ที่แคมป์เดวิด เมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา เนื่องจากต้องการอาวุธไปช่วยยูเครนเพิ่มเติม ขณะที่รัฐบาลของประธานาธิบดียุน ซอก-ยอล ผู้นำเกาหลีใต้ ซึ่งเข้าร่วมการประชุมที่แคมป์เดวิดด้วย ส่งกระสุนปืนใหญ่ให้สหรัฐ ผ่านการปรับเปลี่ยนข้อตกลงความมั่นคงระดัทวิภาคีเช่นกัน


นอกจากเรื่องนี้ คณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นมีมติเห็นชอบ งบประมาณกลาโหมสำหรับปีงบประมาณต่อไป เป็นวงเงินสูงเป็นประวัติการณ์ 56,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.9 ล้านล้านบาท).

เครดิตภาพ : AFP