เมื่อวันที่ 6 พ.ค. นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เปิดเผยภายหลังรับรายงานการประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์ภัยแล้ง จ.ประจวบฯ ครั้งที่ 4/2569 ที่ศาลากลางจังหวัด โดยมีหัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ เข้าร่วมประชุม โดยมีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน กรณีภัยแล้งในพื้นที่ ขณะนี้จำนวน 3 อำเภอ 7 ตำบล 66 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 44,407 คน 18,968 ครัวเรือน ได้แก่ อำเภอเมืองประจวบฯ 2 ตำบล 22 หมู่บ้าน / อำเภอปราณบุรี 1 ตำบล 6 หมู่บ้าน และ อำเภอทับสะแก 4 ตำบล 38 หมู่บ้าน ส่วนอำเภอที่อยู่ระหว่างดำเนินการจัดเตรียมเอกสารเพื่อขอประกาศเขตพื้นที่ประสบภัยแล้ง มี 4 อำเภอ 11 ตำบล 93 หมู่บ้าน 2 ชุมชน ประชาชนเดือดร้อน 17,914 คน 15,822 ครัวเรือน ได้แก่ อำเภอบางสะพาน พื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค 4 ตำบล 21 หมู่บ้าน 2 ชุมชน / อำเภอบางสะพานน้อย พื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค 3 ตำบล 17 หมู่บ้าน / อำเภอหัวหิน พื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค 3 ตำบล 26 หมู่บ้าน และอำเภอปราณบุรี พื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค 1 ตำบล 29 หมู่บ้าน

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งสำรวจข้อมูลความเสียหายจากภัยแล้ง ก่อนนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอ (ก.ช.ภ.อ.) และคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด (ก.ช.ภ.จ.) เพื่อให้ความเห็นชอบและเร่งรัดการเบิกจ่ายเงินทดรองราชการตามระเบียบกระทรวงการคลังในการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประกาศภัยแล้ง โดยเฉพาะพื้นที่การเกษตรที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งจากข้อมูลของสำนักงานเกษตร จ.ประจวบฯ ณ วันที่ 5 พ.ค.69 พบว่า มีพื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบจากภัยแล้งรวม 7,127.5 ไร่ ครอบคลุมเกษตรกร 2,238 ครัวเรือน ใน 38 ตำบล 183 หมู่บ้าน

นายสิทธิชัย กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางจังหวัดได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือประชาชนโดยดำเนินการสูบน้ำ และระดมรถบรรทุกน้ำสะอาดออกแจกจ่ายให้แก่ครัวเรือนที่ขาดแคลนน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภคไปแล้วรวมปริมาณกว่า 512 ล้านลิตร และยังคงให้การช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องจนกว่าจะผ่านพ้นช่วงหน้าแล้ง ขณะที่ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคใต้ตอนบน ได้ขึ้นบินปฏิบัติการจนถึงปัจจุบันรวมจำนวน 105 เที่ยวบิน ครอบคลุมพื้นที่ลุ่มน้ำ 17 แห่ง แต่ยังมีอุปสรรคด้านสภาพภูมิประเทศที่ทำให้การทำฝนหลวงไม่ตกในพื้นที่เป้าหมายมากนัก ส่วนการประปาส่วนภูมิภาค สาขาประจวบฯ ได้ติดตั้งโมบายแพลนต์ที่สถานีผลิตน้ำบ่อนอก ขนาด 200 ลูกบาศก์เมตร/ชม. โดยใช้น้ำดิบจากคลองกุยบุรี เพื่อเสริมกำลังการผลิตน้ำประปาแจกจ่ายในเขตบริการพื้นที่ อ.เมืองประจวบฯ ให้เพียงพอ หลังอ่างเก็บน้ำคลองบึง ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบฯ แห้งขอด เหลือน้ำเพียงร้อยละ 4 ส่วนการป้องกันแก้ไขปัญหาภัยแล้งในระยะกลางและระยะยาว ทางจังหวัดมีแนวทางการใช้ผังน้ำซึ่งจัดทำโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ทั้ง 8 อำเภอ เพื่อบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพ โดยจะมีแผนการปรับปรุงพัฒนาแหล่งน้ำต่าง ๆ ในระยะต่อไป เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนในภาพรวมของทั้งจังหวัด



