สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. ว่า นายมานูเอล อดอร์นี โฆษกรัฐบาลอาร์เจนตินา แถลงเมื่อวันศุกร์ เกี่ยวกับการเดินขบวนประท้วงต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัดครั้งใหญ่ระลอกใหม่ ตามแนวทางของประธานาธิบดีฆาบิเอร์ มิเล เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ว่าทำให้ภาครัฐต้องระดมกำลังตำรวจจำนวนมาก ลงพื้นที่เพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชน โดยมีค่าใช้จ่ายราว 60 ล้านเปโซ (ราว 2.52 ล้านบาท)
ทั้งนี้ รัฐบาลจะส่งหนังสือเรียกเก็บเงิน ไปยังแนวร่วมนักเคลื่อนไหวที่จัดการเดินขบวนครั้งนี้ ซึ่งเป็นผู้ที่สมควรต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
ด้านนายเอดูอาร์โด เบลลิโบนี แกนนำของ “โปโล โอเบรโร” ซึ่งเป็นกลุ่มนักเคลื่อนไหวฝ่ายซ้าย วิจารณ์การที่รัฐบาลกระจายกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในเครื่องแบบ “ในจำนวนที่หนาตา” ตลอดเส้นทางการชุมนุม และการเดินขบวน “ไม่ต่างอะไรกับเป็นการข่มขู่” และทำให้นึกย้อนไปถึงสมัยอาร์เจนตินาอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลเผด็จการ ระหว่างปี 2519-2526
นับตั้งแต่รับตำแหน่งเมื่อวันที่ 10 ธ.ค. ที่ผ่านมา มิเลซึ่งเป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่มีแนวคิดขวาจัด “ใช้ยาแรงทางเศรษฐกิจ” เพื่อเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจของอาร์เจนตินา โดยมาตรการที่บังคับใช้แล้ว รวมถึงการลดอัตราแลกเปลี่ยนกลาง ระหว่างเงินเปโซกับเงินดอลลาร์สหรัฐมากกว่า 50% และการยุบหน่วยงานรัฐบางแห่ง ที่ผู้นำอาร์เจนตินามองว่า “ไม่จำเป็น”
ขณะที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) “ยินดี” ต่อการประกาศมาตรการดังกล่าวของอาร์เจนตินา ซึ่งเป็นประเทศมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองในลาตินอเมริกา รองจากบราซิล แต่เศรษฐกิจมีแนวโน้มหดตัว 2.5% ในปีนี้
อนึ่ง ไอเอ็มเอฟอนุมัติเงินกู้ 7,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 259,125 ล้านบาท) ให้แก่อาร์เจนตินา เมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา วงเงินดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของโครงการความช่วยเหลือมูลค่า 44,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.52 ล้านล้านบาท) ครอบคลุมระยะเวลา 30 เดือน ตามเงื่อนไขการปรับโครงสร้างหนี้ เมื่อปี 2565.
เครดิตภาพ : AFP





