สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. ว่า องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) เผยแพร่รายงานว่า นับตั้งแต่ต้นปี 2566 มีการยืนยันผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกแล้วมากกว่า 5 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตสะสมมากกว่า 5,000 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในภูมิภาคอเมริกา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแปซิฟิกตะวันตก


ทั้งนี้ ความชุกของยุงเปลี่ยนแปลงไปมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ส่งผลกระทบต่อความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลก ทำให้อุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้น และความชื้นของอากาศที่มากขึ้นด้วย


นอกจากนี้ ดับเบิลยูเอชโอมีความวิตกกังวล ว่าพื้นที่เปราะบางและพื้นที่ขัดแย้งทางสงคราม เช่น อัฟกานิสถาน ปากีสถาน ซูดาน โซมาเลีย และเยเมน มีความเสี่ยงเผชิญกับการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออก ในระดับรุนแรงเช่นกัน


อนึ่ง สถิติผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกสูงสุดทั่วโลก เท่าที่ดับเบิลยูเอชโอเคยยืนยันก่อนหน้านี้ คือเมื่อปี 2562 มีผู้ป่วยสะสมรวมราว 5.2 ล้านคน ในอย่างน้อย 129 ประเทศ เพิ่มขึ้นสิบเท่า เมื่อเปรียบเทียบกับสถิติของปี 2543


แม้ข้อมูลดังกล่าวบ่งชี้ว่า ประชากรโลกในแทบทุกภูมิภาคมีความเสี่ยงต่อโรคไข้เลือดออก โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศซึ่งมีภูมิอากาศร้อนชื้น หรือกึ่งเขตร้อน อย่างไรก็ตาม ไข้เลือดออกยังคงเป็นโรคที่รักษาได้ตามอาการ และใช้เวลานานประมาณ 1-2 สัปดาห์

เบื้องต้นผู้ป่วยจะมีอาการปวดศีรษะ ปวดข้อ มีไข้ และมีผื่นแดงตามร่างกายคล้ายผื่นโรคหัด แต่หากปล่อยให้อาการรุนแรง อาจทำให้เกิดภาวะเกล็ดเลือดต่ำ และความดันโลหิตต่ำจนช็อกและเสียชีวิตได้.

เครดิตภาพ : AFP