ฯพณฯ ปาร์ค ยง-มิน เอกอัครราชทูตเกาหลีประจำประเทศไทย พร้อมด้วยภริยา และนายโจ แจ-อิล ผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรมเกาหลี ร่วมกิจกรรมทำกิมจิ กับผู้เข้าร่วมงานอีกประมาณ 400 คน โดยใช้ผักกาดขาว 1,500 กิโลกรัม ซึ่งนำเข้าจากจังหวัดแฮนัม ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาหลีใต้


ขณะเดียวกัน ภายในงานมีกิจกรรมประกวดทำกิมจิ ด้วยการใช้วัตถุดิบอาหารไทย การบริจาคกิมจิที่ทำในงาน ให้กับมูลนิธิเอสโอเอส บูธอาหารเกาหลี และมีการแสดงทางวัฒนธรรมเกาหลีต่าง ๆ เช่น เทควันโด และ ซามุลโนรี


นายปาร์ค ยง-มิน เอกอัครราชทุตสาธารณรัฐเกาหลี กล่าวว่า “เนื่องจากคนเกาหลีชอบปูผัดผงกระหรี่ ต้มยำกุ้ง และส้มตำ ดังนั้น อาหารเกาหลีอย่างกิมจิ ซัมกยอบซัล ( หมูสามชั้นย่าง ) และซุนดูบูจิแก ( ซุปเต้าหู้อ่อน ) จึงเป็นที่รู้จักกันดีของชาวไทย ในไทยมีกิมจิผักชี และกิมจิมะละกอจำหน่ายเช่นกัน ‘กิมจัง’ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก เมื่อปี 2556 เนื่องจากเป็นการปฏิบัติด้วยจิตวิญญาณแห่งการแบ่งปัน การทำกิมจังกับคนไทยและแบ่งปันกับเพื่อนบ้าน จึงมีความหมายอย่างมาก”


ทั้งนี้ การแข่งขันกิมจิโดยใช้วัตถุดิบอาหารไทย มี 5 ทีม ซึ่งผ่านการคัดเลือกจากรอบคัดเลือกออนไลน์ เข้าแข่งขันเพื่อชิงสูตรกิมจิดีที่สุดสำหรับรสชาติไทย โดยผู้ชนะคือ กิมจิผัดไทย


ด้านนายโจ แจ-อิล ผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรมเกาหลี กล่าวว่า “รู้สึกยินดีที่ได้แบ่งปันอาหาร ซึ่งเป็นความหมายที่แท้จริงของกิมจังกับคนไทย ในวันคริสต์มาสนี้ ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีจะพยายามส่งเสริมอาหารเกาหลี และวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับอาหารเกาหลีต่อไป”.

ขอขอบคุณ : สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลี และศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีประจำประเทศไทย