กำหนดเป้าหมายเร่งด่วน ตามนโยบายผู้ว่าฯ กทม. ไว้ 22 เป้าหมาย ให้สำนักงานเขตดำเนินการ และประชาชนยังสามารถติดตามความคืบหน้าของเป้าหมายต่างๆ ได้ผ่านลิงก์ https://policy.bangkok.go.th/policy/frontend/web/ ประกอบด้วย
1.พัฒนาถนนสวย-126.60 กม. 2.ปลูกต้นไม้-200,000 ต้น 3.เพิ่มสวน 15 นาที-156 แห่ง 4.ปรับปรุงทางเท้า-324.54 กม. และขีดสีตีเส้นทางจักรยาน/ทางเดินซอยย่อย-498.70 กม. 5. ติดตั้ง/ซ่อมไฟฟ้าส่องสว่าง-31,878 ดวง 6.ติดตั้ง/ซ่อม ไฟฟ้าส่องสว่างริมคลอง-7,725 ดวง 7.ยกเลิก/ยุบรวม พื้นที่หาบเร่-แผงลอยนอกจุดผ่อนผัน-109 แห่ง 8.จัดหาพื้นที่เอกชน/พัฒนา Hawker Center รองรับผู้ค้าหาบเร่-28 แห่ง 9.แก้ไขจุดเสี่ยงน้ำท่วม-99 จุด 10.แก้ปัญหาจุดจราจรฝืด-137 แห่ง 11.แก้ไขจุดเสี่ยงอุบัติเหตุ-125 แห่ง และแก้ไขจุดเสี่ยงอาชญากรรม-322 แห่ง

12.ปรับปรุง/พัฒนาลานกีฬา-162 แห่ง 13.ปรับปรุง/พัฒนาบ้านหนังสือ-45 แห่ง 14.ปรับปรุง/พัฒนา ศูนย์เด็กเล็ก-89 แห่ง 15.ปรับปรุงกายภาพโรงเรียน-276 แห่ง 16.จัดเก็บขยะให้มีประสิทธิภาพ ครอบคลุม-91.23% และปริมาณขยะเศษอาหารที่คัดแยกได้ ภายใต้โครงการ ไม่เทรวม-62,011 ตัน/ปี 17.พัฒนาฐานข้อมูลออนไลน์ชุมชน เช่นข้อมูลกลุ่มเปราะบาง, อุปกรณ์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย-2,009 ชุมชน 18.ส่งเสริมการใช้งบประมาณ 200,000 บาท/ชุมชน-328,200,754 บาท 19.ส่งเสริมการใช้งบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพ สปสช.-274,376,000 บาท 20.พัฒนามาตรฐานการบริการประชาชน-80.88 (% จํานวนคําขอ) 21.ขุดลอกท่อ-4,260.43 กม. 22.ขุดลอกคลอง/เปิดทางน้ำไหล-3,806.26 กม.
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ที่ผ่านมาเราอาจละเลยเรื่องการศึกษาและสาธารณสุข ปีนี้เราจึงมุ่งมั่นพัฒนาและให้ความสำคัญ หากเราไม่เริ่มที่คน ก็จะไม่สามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้อย่างยั่งยืน โดยปี 67 จะมีปรับและพัฒนาห้องเรียนเป็น ห้องเรียนดิจิทัล จะพัฒนาห้องคอมพิวเตอร์ครบทั้ง 43 โรงเรียน รวม 598 ห้อง เพราะเมื่อเราไปดูใน รร. แล้ว จะเห็นได้ชัดว่า เด็กๆ ชอบห้องเรียนคอมพิวเตอร์ใหม่ที่มีคุณภาพ และเข้ามาใช้งานจำนวนมาก

รวมถึงพัฒนาหลักสูตรการศึกษาสำหรับนักเรียนในสังกัดทั้งช่วงชั้นอนุบาลและช่วงชั้นประถมศึกษา-มัธยมศึกษา ส่วนเรื่องสาธารณสุขมีการ สร้าง รพ. เพิ่ม 4 แห่ง รวมทั้งยกระดับ “ศูนย์บริการสาธารณสุข” ให้เป็น “ศูนย์แพทย์ชุมชนเมือง” พัฒนาศูนย์สาธารณสุขเพิ่มเติม ทั้งด้านคุณภาพและจำนวนศูนย์ฯที่เพิ่มขึ้น เพราะ สาธารณสุขช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ได้
ขณะที่ นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า กทม. กำหนดเป้าหมายในการพัฒนาเมืองให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยในทุกมิติ ในส่วนของผู้ค้าหาบเร่-แผงลอยริมทางเท้าสาธารณะ ได้เร่งรัดจัดระเบียบให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยทุกจุด กำหนดมาตรการ คือ ไม่เพิ่มจุดและจำนวนผู้ค้าที่ได้มีการขึ้นทะเบียนไว้แล้ว กรณีจุดทำการค้าใดที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก ได้ขอความร่วมมือให้เคลื่อนย้ายเข้าไปอยู่ในที่เอกชน หรือราชการ รัฐวิสาหกิจ โดย กทม. เป็นผู้จัดหาที่รองรับให้พร้อมเจรจาต่อรองราคาค่าเช่าแผงค้าที่เป็นธรรม

ส่วนจุดที่มีผู้ค้าน้อยราย ให้ไปรวมกับจุดใกล้เคียง เพื่อลดจำนวนแผงค้า ส่วนจุดอื่นที่ยังไม่สามารถเคลื่อนย้ายออกไปได้ ก็ได้เร่งรัดจัดระเบียบให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ส่วนปัญหาหาบเร่แผงลอยต่างชาตินั้น ในส่วนของการทําการค้าของผู้ค้าสัญชาติต่างชาติ กทม. ไม่อนุญาตให้ทําการค้าขาย เนื่องจากเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ พ.ศ. 2535 ก็ได้กำชับเขตออกตรวจตรา พร้อมประสานหน่วยงานเกี่ยวข้อง ดําเนินการตามอํานาจหน้าที่
ด้าน นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. เผยว่า เมืองเดินได้เดินดี ปี 67 นี้ กทม. จะพัฒนาทางเดินวิ่ง BKK trail เพิ่มอีก 130 กม. และจะปรับปรุงทางเดินและทางจักรยานเพิ่มเติมในย่านสามยอด ย่านลาดพร้าว ย่านท่าพระ และย่านพร้อมพงษ์ หลังปี 66 ดำเนินการย่านบำรุงเมืองแล้วเสร็จ รวมทั้งมีแผนปรับปรุงถนน ซอย ให้มีทางเดิน-ปั่นสะดวก เพื่อเชื่อมต่อเมือง โดยเฉพาะการเชื่อมต่อจากแหล่งชุมชนสู่ระบบขนส่งสาธารณะ (first mile /last mile) เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการเดินและการปั่น กทม. จึงเดินหน้าโครงการจักรยาน Bike Sharing ให้บริการเช่าปั่น เชื่อมต่อการเดินทางกับระบบขนส่งมวลชนต่าง ๆ ในรูปแบบใหม่ โดยใช้งานผ่าน Mobile Application ซึ่งจะเริ่มนำร่องให้บริการจักรยานก่อน 2,000 คันในปีนี้ ใน 3 เส้นทาง ทั้งโซนกรุงเทพฯ ชั้นใน (เกาะรัตนโกสินทร์) โซนปทุมวัน-สยาม และโซนสีลม-บางรัก

ขณะที่ น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงงานด้านการแพทย์-สาธารณสุขว่า ในปีนี้ ยังคงเดินหน้าดูแลสุขภาพประชาชนเช่นเดิม ภายใต้ 24 นโยบายสุขภาพดีปี 2 โดยดำเนินการผ่าน 5 ด้าน ประกอบด้วย 1.ด้านบริการเข้าถึงง่ายทั่วถึงสู่เส้นเลือดฝอย 2.ด้านเทคโนโลยี 3.ด้านภาวะฉุกเฉิน 4. ด้านโรคคนเมือง และ 5. ด้านส่งเสริมสุขภาพคนเมือง และการป้องกันสุขภาพของประชาชนไม่ให้เจ็บป่วยร้ายแรง ดูแลสุขภาพตนเอง ตรวจคัดกรองสุขภาพ จึงเดินหน้าโครงการ Health Screening 1,000,000 คน ภายในเดือน มิ.ย. 67 โดยเป็นการตรวจสุขภาพตามสิทธิ ซึ่งเป็นการตรวจสุขภาพพื้นฐาน และบวกอีก 3 เรื่องที่เราเช็กให้ ได้แก่ การตรวจตา การตรวจปอด การตรวจหัวใจ EKG ฟรี และเตรียมเพิ่ม Health Tech ศูนย์เทคโนสุขภาพดี เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการตรวจสุขภาพได้ง่ายขึ้น

และ นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ในปีนี้อยากผลักดันด้านการศึกษา เรื่องพัฒนาให้เด็กนักเรียนในสังกัด กทม. รู้จักคิดแบบวิเคราะห์มากขึ้น ไม่เพียงแค่เรียนแบบความจำอย่างเดียว โดยในทุกชั้นเรียนจะมีนำความรู้มาประยุกต์ในเรื่องต่างๆ เช่น ฝึกอาชีพ การทำอาหาร การเล่นดนตรี ขยายผลห้องเรียนดิจิทัล ส่วนงานศิลปวัฒนธรรมก็คงคึกคักเหมือนเดิม เพียงแต่เราจะทำเองน้อยลง เพราะพลังของเครือข่ายมีมหาศาลในการผลักดันงานออกสู่สายตาประชาชน รวมทั้งมีการปรับปรุงด้านกายภาพต่างๆ ให้ดีขึ้น เช่น ปรับปรุงอาคาร สนามเด็กเล่นเพิ่มขึ้น พิพิธภัณฑ์เพิ่มขึ้น และทำให้พื้นที่เหมาะ รองรับความต้องการของผู้ที่ใช้งานพื้นที่สาธารณะ และมีกิจกรรมให้เพิ่มมากขึ้น.



