เมื่อวันที่ 6 ม.ค. นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน พร้อมด้วยตัวแทนเจ้าหน้าที่จากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) และสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 (นครราชสีมา), เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ลงพื้นที่ร่วมประชุมหารือร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอครบุรี จ.นครราชสีมา และผู้นำชุมชน เพื่อวางแผนการผลักดันโขลงช้างป่าไม่น้อยกว่า 60 ตัว ที่ออกจากเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ไปหากินทำลายพืชผลการเกษตรของราษฎรท้องที่ตำบลจระเข้หิน อำเภอครบุรี มานานนับเดือน พร้อมทั้งลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบสภาพภูมิประเทศ เตรียมวางแผนการผลักดันโขลงช้างป่าดังกล่าว ให้กลับเข้าสู่อุทยานโดยเร็วที่สุด


โดยล่าสุดช้างป่าโขลงนี้ ได้เข้าไปทำลายผลผลิตทางการเกษตรของชาวบ้านจนได้รับความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง เฉพาะแปลงอ้อยที่อยู่ในพื้นที่บ้านจระเข้หิน ห่างจากชุมชนไม่ถึง 1 กิโลเมตร ก็ถูกช้างป่าบุกทำลายผลผลิตเสียหายไปแล้วไม่น้อยกว่า 30 ไร่ แม้ว่าทางเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทับลาน จะสนธิกำลังร่วมกับทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและผู้นำชุมชนในพื้นที่ คอยเฝ้าระวังผลักดันอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังไม่ประสบผลสำเร็จ ช้างป่ายังคงออกมาทำลายผลผลิตของเกษตรกร


ทางทีมอุทยานแห่งชาติทับลาน ได้พยายามใช้โดรนบินสำรวจติดตามหาโขลงช้างโขลงนี้ แต่ก็ยังไม่พบ ซึ่งจากการข่าวทราบว่า ช้างโขลงนี้หายไปจากพื้นที่ไปไม่ต่ำกว่า 24 ชั่วโมงแล้ว โดยตั้งสมมุติฐานว่าโขลงช้างอาจใช้เส้นทางอื่น หรือย้อนกลับเข้าสู่เขตป่าธรรมชาติเอง ภายหลังจากได้กลิ่นควันไฟซึ่งเกิดในพื้นที่เกษตรกรรม อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่จะยังคงสำรวจซ้ำเพื่อความแน่ใจ ทั้งทางอากาศและภาคพื้น เนื่องจากยังมีพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่ช้างอาจจะใช้หลบซ่อนตัว อยู่ในพื้นที่อีกหลายจุด พร้อมจะนำกล้องวงจรปิดแบบเรียลไทม์ระบบ NCAPS มาติดตั้งช่วยหาโขลงช้างอีกทางหนึ่ง เพื่อที่จะได้ปฏิบัติการผลักดันโขลงช้างโขลงนี้ให้กลับเข้าสู่ป่าทับลาน ดำเนินแผนการป้องกันไม่ให้ช้างกลับมาในพื้นที่ของชาวบ้านในระยะยาว ซึ่งในปฏิบัติการนี้ เบื้องต้นจะใช้กำลังเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครในพื้นที่ก่อน หากไม่เป็นผลหรือกำลังพลไม่พอ ก็จะทำการเรียกระดมพลเจ้าหน้าที่จากจุดอื่นๆ เข้ามาช่วยโดยทันที


นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน เปิดเผยว่า การเฝ้าระวังผลักดันช้างป่าโขลงนี้ให้กับเข้าสู่เขตอุทยานแห่งชาติทับลานนั้น ทางเจ้าหน้าที่และชาวบ้านในพื้นที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนช่วงเทศกาลปีใหม่แล้ว แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ เพราะปัญหาจากอุปสรรคเรื่องของสภาพภูมิประเทศที่มีความสลับซับซ้อน เป็นภูเขาสูงชันหลายจุด ประกอบกับช้างมีลูกน้อย จึงทำให้การผลักดันทำได้ลำบาก จึงต้องมีการวางแผนกันอย่างรัดกุม ซึ่งคาดว่าน่าจะต้องหาเส้นทางใหม่ ในการผลักดันช้างแทนเส้นทางเดิมที่มีพื้นที่เป็นอุปสรรค และจะได้ดำเนินการโดยเร็วที่สุด





