สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ว่า สื่อท้องถิ่นหลายแห่งของเมียนมา รายงานการโจมตีทางอากาศที่เมืองคัมป้าต ในภูมิภาคสะกาย ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ และอยู่ไม่ห่างจากชายแดนอินเดียมากนัก เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 15 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง
หลังเกิดเหตุ หลายฝ่ายพุ่งเป้าไปที่กองทัพเมียนมา ขณะที่สถานีโทรทัศน์เอ็มอาร์ทีวีเผยแพร่แถลงการณ์ของกองทัพเมียนมา ยืนยันไม่ได้เป็นผู้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งเป็นเขตอิทธิพลของกองกำลังพิทักษ์ประชาชน (พีดีเอฟ) ที่เป็นกองกำลังติดอาวุธของรัฐบาลแห่งชาติ (เอ็นยูจี) หรือรัฐบาลเงา ที่เป็นองค์กรการเมืองฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมา
Air strike on Myanmar village kills 15: Media https://t.co/nOMwrp0Brx
— ST Foreign Desk (@STForeignDesk) January 8, 2024
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วัน หลังพันธมิตรภราดรภาพ ซึ่งเป็นการรวมตัวระหว่างกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติท่าอ่าง (ทีเอ็นแอลเอ) กองทัพพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติเมียนมา (เอ็มเอ็นดีเอเอ) และกองทัพอาระกัน (เอเอ) ซึ่งเปิดฉากสู้รบกองทัพเมียนมาที่รัฐฉาน โดยใช้รหัสปฏิบัติการ “1027” เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 2566 ประกาศการยึดเมืองเล้าก์ก่าย เมืองเอกของภูมิภาคโกก้าง ในรัฐฉาน ที่อยู่ทางเหนือของเมียนมา และมีพรมแดนติดกับจีน
อนึ่ง กองทัพเมียนมาภายใต้การนำของ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ขับเอ็มเอ็นดีเอเอออกจากเมืองเล่าก์ก่าย เมื่อปี 2552 อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน เมืองแห่งนี้กลายเป็น “ศูนย์กลาง” ของเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ หรือที่เรียกกันว่า “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ซึ่งมีการล่อลวงประชาชนจากทั้งในจีน และอีกหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
#Myanmar ????????: following two months of heavy fighting and the final withdrawal of over 2000 junta soldiers, the #MNDAA has declared FULL victory in the Kokang region, claiming to control the entire self-administered zone. pic.twitter.com/xHB5sTN7Lm
— Thomas van Linge (@ThomasVLinge) January 6, 2024
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศจีนยังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการ หลังประกาศเมื่อกลางเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว ว่าผลการเจรจาระหว่างรัฐบาลทหารเมียนมา กับผู้แทนกองกำลังชาติพันธุ์หลายกลุ่ม นำไปสู่การบรรลุข้อตกลงร่วมกันหลายอย่าง รวมถึง “การหยุดยิงชั่วคราว และการรักษาเสถียรภาพของการเจรจา” แต่กลับกลายเป็นว่า การสู้รบยังคงเกิดขึ้นจนถึงตอนนี้ และเป็นความท้าทายทางการเมืองและความมั่นคงครั้งใหญ่ที่สุดของ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย นับตั้งแต่การรัฐประหาร เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564.
เครดิตภาพ : AFP



