เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุที่สร้างความอกสั่นขวัญแขวนให้ผู้โดยสารที่อยู่บนเครื่องบินของสายการบินอะแลสกา แอร์ไลน์ส เมื่อประตูฉุกเฉินของเครื่องบินบานหนึ่งหลุดออกหลังจากที่เครื่องบินขึ้นสู่ท้องฟ้าจากสนามบินในเมืองพอร์ตแลนด์ รัฐออริกอน ได้เพียง 10 นาที

แม้ว่าจะไม่มีผู้โดยสารหรือลูกเรือได้รับบาดเจ็บร้ายแรง แต่ก็มีข้าวของบางส่วนที่โดนแรงดูดจนหลุดออกจากเครื่องบินที่ความสูง 16,000 ฟุตและตกลงสู่เบื้องล่างในระหว่างที่ประตูหลุดออกไป

ชายหนุ่มที่ชื่อว่า ฌอน เบตส์ โพสต์ภาพและข้อความบนเอ็กซ์ (ทวิตเตอร์) เมื่อวานนี้ (8 ม.ค. 2567) ว่า เขาพบ “ไอโฟน” เครื่องหนึ่งตกอยู่ริมถนนสายหนึ่งในออริกอน ซึ่งเมื่อตรวจสอบก็พบว่าเป็นสมาร์ตโฟนที่ตกลงมาจากเครื่องบินของอะแลสกา แอร์ไลน์ส ที่ตกเป็นข่าวดังเมื่อหลายวันก่อน

สิ่งที่น่าทึ่งก็คือไอโฟนเครื่องนี้ยังคงอยู่ในสภาพที่เกือบสมบูรณ์ ไม่บุบสลาย มีเพียงจุดที่เสียบสายชาร์จไว้เท่านั้น ที่เห็นได้ชัดว่าสายเคเบิลขาดออกจนเหลือแต่ขั้วเสียบ

สภาพขั้วเสียบชาร์จที่ยังคงติดอยู่กับไอโฟน ขณะที่สายเคเบิลขาดออก

เบตส์ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่าตอนแรกเขาก็ไม่แน่ใจว่าจะเป็นโทรศัพท์ที่ตกลงมาจากเครื่องบิน แต่เนื่องจากไอโฟนเครื่องที่เขาเจอไม่ได้ล็อกหน้าจอ เขาจึงเปิดเข้าไปดูและพบว่าเครื่องยังคงอยู่ในโหมด “เครื่องบิน” ส่วนแบตเตอรี่ของเครื่องก็เหลืออยู่ประมาณครึ่งหนึ่ง และมีอีเมลเกี่ยวกับการรับกระเป๋าของเที่ยวบิน ASA1282 ของเครื่องที่เกิดเหตุด้วย

เมื่อ เบตส์ โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ของหน่วยสืบสวนอุบัติเหตุในความดูแลของคณะกรรมาธิการจัดการความปลอดภัยของยานยนต์และการขนส่งแห่งชาติ เจ้าหน้าที่ก็บอกเขาว่านี่คือโทรศัพท์เครื่องที่ 2 ที่มีคนเจอว่าหล่นจากเครื่องบินลำดังกล่าว

เบตส์ เจอไอโฟนเครื่องดังกล่าวก่อนที่ทีมสืบสวนจะหาประตูเครื่องจนพบ ซึ่งไปตกอยู่ในสวนหลังบ้านของครูคนหนึ่งในรัฐออริกอน

ระหว่างที่ทีมสืบสวนกำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อสืบหาสาเหตุที่ประตูเครื่องบินหลุดออกมา ชาวเอ็กซ์ที่ได้อ่านโพสต์ของ เบตส์ ก็มีคำถามว่า เคสของไอโฟนเครื่องนี้เป็นของบริษัทอะไร ถึงปกป้องเครื่องได้ดีมาก

ที่มา : Buzzfeed

เครดิตภาพ : X / @SeanSafyre