จากกรณีคลิปวิดีโอ นายธีระวัฒน์ (สงวนนามสกุล) หรือ “เบิร์ด วันว่างๆ” อินฟลูเอนเซอร์ ทำคลิปนำวัตถุผงสีขาวใส่ถุง “กาวยาแนว” มาประแป้งประชาชนในเทศกาลสงกรานต์ที่อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมและเป็นอันตรายนั้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 5 พ.ค. พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท. เปิดเผยถึงความคืบหน้าหลังบริษัทกาวยาแนวตราจระเข้ ส่งตัวแทนและทนายความเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ “เบิร์ด วันว่างๆ” ว่า บริษัทตราจระเข้ได้เข้ามาให้ข้อมูลและดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ โดยเบื้องต้นเข้าข่ายมาตรา 14 (1) เรื่องนำเข้าข้อมูลที่บิดเบือนสู่ระบบคอมพิวเตอร์ สร้างความตื่นตระหนกให้ประชาชน มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท แต่หากเป็นการกระทำผิดต่อบุคคลหรือนิติบุคคล อย่างกรณีบริษัทจระเข้นี้ จะระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่วนกรณีที่ทนายความของ “เบิร์ด วันว่างๆ” ได้ประสานเข้าพบตำรวจไซเบอร์แล้วในวันพรุ่งนี้ (6 พ.ค.) เวลา 11.30 น. ตำรวจจะขอเลื่อนไปก่อนเป็นช่วงปลายสัปดาห์ และอาจมีการแจ้งข้อหาในวันดังกล่าวเพิ่มอีก 1 คดี นอกเหนือจากคดีทำร้ายร่างกาย ที่ สภ.พระประแดง แจ้งข้อหาไปก่อนหน้านี้
พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ กล่าวว่า การปิดกั้นช่องของ “เบิร์ด วันว่างๆ” นั้น ตำรวจไซเบอร์ได้เสนอกระทรวงดิจิทัลฯ ปิดไปบางส่วนแล้ว แต่ยังเหลืออีก 2 แพลตฟอร์ม คือ X และ Youtube ที่ยังไม่สามารถดำเนินการปิดได้ เนื่องจากแพลตฟอร์มอยู่ต่างประเทศ ต้องประสานผ่านอัยการสูงสุดและระบบ MLAT ส่วนถ้า “เบิร์ด วันว่างๆ” จะปิดช่องหรือปิดเนื้อหาของตัวเอง ก็เป็นเรื่องดี เพราะแสดงว่าสำนึกผิด รู้ว่าเป็นคอนเทนต์ขยะ ไม่ควรให้ประชาชนเข้าถึง

พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ กล่าวอีกว่า ใครที่แชร์คอนเทนต์ขยะของ “เบิร์ด วันว่างๆ” ก็ขอให้รีบลบ เพราะการแชร์มีโทษเทียบเท่ากับโพสต์เอง ส่วนกรณีของบริษัทเลื่อยยนต์ไฟฟ้านั้น ยังไม่ได้ประสานตำรวจไซเบอร์เข้าแจ้งความ แต่ก็อยากให้เดินทางมา นอกจากนี้หากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เห็นว่าคอนเทนต์ของ “เบิร์ด” ทำให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของไทยได้รับความเสียหาย ก็สามารถเข้าแจ้งความกับตำรวจไซเบอร์ได้ทั้งหมด.



