​เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป. สั่งการ พ.ต.อ.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ท.กิตติบดินทร์ กิมเซียะ สว.กก.5 บก.ป. พ.ต.ท.ธีระพงษ์ คงเขียว สว.กก.5 บก.ป. สนธิกำลังร่วมกับ พ.ต.ท.ศุภกร ตังคะประเสริฐ สวญ.ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล. และ พ.ต.ท.กิตติภพ ทองเพชร สว.ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล. นำกำลังจับกุม นายสมชาย อายุ 48 ปี และ นางชนากานต์ อายุ 50 ปี คู่สามีภรรยา พร้อมของกลาง ยาบ้า 200,000 เม็ด, รถเก๋งยี่ห้อไดฮัทสุ สีดำ ทะเบียนเชียงใหม่, โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง และอุปกรณ์แพ็กเกจจิ้งอีกจำนวนมาก ได้ที่บริเวณริมถนนสายเอเชีย (ทล.32) กม.42+100 (ขาเข้า) ต.บ้านใหม่ อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา

สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 6 พ.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้จับกุมแก๊งเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ ขับรถบรรทุกพ่วงขนยาบ้าเกือบ 3 แสนเม็ด ที่ จ.สุราษฎร์ธานี จากนั้น พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน กก.5 บก.ป. ขยายผล จนกระทั่งได้ข้อมูลจากกล้องวงจรปิดพบว่า นายสมชาย และ นางชนากานต์ สองสามีภรรยาคู่นี้ หิ้วยาบ้าไปส่งมอบให้ทีมรถบรรทุกพ่วงที่ริมถนนสุขุมวิท ซอย 93 (อ่อนนุช) ก่อนที่ยาเสพติดชุดนั้นจะถูกจับกุมได้ที่ จ.สุราษฎร์ธานี

​ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่า สองผัวเมียคู่นี้กำลังขับรถเก๋งไดฮัทสุ ขนยาบ้าล็อตใหญ่จากภาคเหนือมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ตามคำสั่งของเอเย่นต์ใหญ่ที่เรียกกันว่า “บอส” เจ้าหน้าที่จึงวางกำลังดักซุ่มสะกดรอยตาม จนกระทั่งพบรถเป้าหมายวิ่งอยู่บนถนนสายเอเชีย ช่วง อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา จึงแสดงตัวส่งสัญญาณให้หยุดตรวจค้น เมื่อรื้อหน้ากากและแผงนวมประตูหลังทั้งฝั่งซ้ายและขวาออก พบยาบ้าแพ็กเป็นมัดอย่างดี ซุกซ่อนอยู่ภายในช่องว่างรวมกัน 100,000 เม็ด จึงควบคุมตัวทั้งสองมาสอบปากคำ โดย นายสมชาย รับว่า ยังมียาบ้าอีกจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ที่บ้านเช่าในพื้นที่ จ.ลำปาง เจ้าหน้าที่จึงรีบควบคุมตัวนายสมชาย เดินทางข้ามจังหวัดไปชี้จุดตรวจค้นที่บ้านเช่าหลังหนึ่งใน หมู่ 13 ต.สบปราบ อ.สบปราบ จ.ลำปาง ผลการตรวจค้นพบยาบ้า 1 แสนเม็ด ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเป้ วางอยู่ในห้องนอน

​สอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพว่า ตระเวนรับยาเสพติดทั้งหมดมาจากจุดนัดพบต่างๆ ในพื้นที่ จ.เชียงราย จากนั้นจะนำมาพักไว้ที่บ้านเช่าใน จ.ลำปาง เพื่อทำการบรรจุหีบห่อและดัดแปลงซุกซ่อนเข้าไปในตัวรถด้วยตัวเอง เพื่อรอคำสั่งจาก “บอส” ให้ลำเลียงไปส่งกระจายต่อให้ลูกค้าในกรุงเทพฯ แต่ก็มาถูกจับกุมตัวได้เสียก่อน

​เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าฯ” ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ป. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และเตรียมขยายผลลากคอ “บอสใหญ่” บงการเบื้องหลังมาดำเนินคดีต่อไป.