จากกรณี ภาครัฐเดินหน้าปราบปราม “นอมินี” บนเกาะพะงัน-เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดจนพบเบาะแสว่ามีชาวอิสราเอล แห่เข้ามาลงทุนทำหลากหลายธุรกิจ โดยเฉพาะบนเกาะพะงัน มีบางคนปักหลักมานาน จนยื่นขอสัญชาติไทยตามขั้นตอน พ.ร.บ.สัญชาติ ปี 2508 รวมไปถึงสมรสกับชาวไทย หลังเกิดคดีกวาดล้างนอมินี ทางฝ่ายปกครองเตรียมหารือหน่วยงานมั่นคง เร่งตรวจสอบข้อมูลชาวต่างชาติที่ได้สัญชาติไทยเข้าไปมีส่วนร่วมด้วยหรือไม่ หากฉ้อฉล ทำผิดคดีอาญาร้ายแรงกระทบความมั่นคง อาจเพิกถอนสัญชาติได้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

มีอยู่จริง! เปิดปม ‘อิสราเอล’ ถือสัญชาติไทย ยื่นขอถูกต้องตามขั้นตอน พ.ร.บ.

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 28 พ.ค. ทีมข่าวเฉพาะกิจส่วนกลาง ได้รับรายงานจากทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของกลุ่มชาวต่างด้าว ในลักษณะการใช้ตัวแทนอำพรางชาวไทย หรือ นอมินี โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอเกาะพะงัน พบข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่า ในพื้นที่ อ.เกาะพะงัน มีบริษัทนิติบุคคล สัญชาติไทยที่มีชาวต่างชาติเป็นหุ้นส่วนในอัตราร้อยละ 49 จำนวน 3,188 บริษัท จากจำนวนนิติบุคคลทั้งหมด 4,761 แห่ง โดยเป็นบริษัทนิติบุคคลที่มีชาวอิสราเอลเป็นหุ้นส่วนเป็นอันดับ 1 จำนวน 720 ราย (ร้อยละ 22) ทิ้งห่างอันดับ 2 ซึ่งเป็นชาวฝรั่งเศส ที่มีเพียงร้อยละ 13 และมีหลายบริษัทจดทะเบียนจัดตั้งโดยชาวอิสราเอล สัญชาติไทย (ได้รับสัญชาติไทยมาตั้งแต่ปี 2560)

อย่างไรก็ตาม ในการตรวจสอบพบว่า หนึ่งในบริษัทที่ดำเนินการโดยชาวอิสราเอล สัญชาติไทย ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2563 ระบุในวัตถุประสงค์ของนิติบุคคลว่า เป็นกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับโรงแรมที่พัก ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล ภัตตาคาร ซึ่งโครงการดังกล่าว มีบทบาทสำคัญเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในพื้นที่ อ.เกาะพะงัน โดยผู้ก่อตั้งยังมีบทบาทสำคัญในชาบัด หรือโบสถ์ยิว บนเกาะสมุย กระทั่งมาเกิดคดีกวาดล้างนอมินีต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบเชิงลึกไล่ย้อนหลังไปยังการจัดตั้งของแต่ละบริษัท มีใครถือหุ้นบ้าง รวมไปถึงการรายงานงบดุลทางบัญชี ตั้งแต่การจัดตั้งบริษัทจนถึงปัจจุบัน

แหล่งข่าวหน่วยงานจัดเก็บภาษี ให้ความเห็นว่า สาเหตุจำเป็นต้องไล่ตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะข้อมูลของบางบริษัทเห็นความผิดปกติของตัวเลขบัญชีทรัพย์สิน, เงินลงทุน, บัญชีขาดทุน, รายงานงบดุล และบางบริษัทก็ไม่เคยมีรายงานงบดุลทางบัญชีด้วย จึงกำลังตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการทำธุรกรรมอำพรางตัวเลข เพื่อแสดงให้เห็นว่านำเงินเข้ามาลงทุนหวังให้ได้มาซึ่งสัญชาติไทยหรือไม่ ตามกฎเกณฑ์ว่าเป็นต่างด้าวนำเงินเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย และหากได้รับสัญชาติไทยแล้ว เมื่อสามารถถือครองที่ดินหรือดำเนินกิจกรรมต่างๆ ได้เฉกเช่นเดียวกับคนไทย ก็อาจจะชักชวนชาวอิสราเอลด้วยกัน ย้ายถิ่นที่อยู่ถาวรพร้อมใช้แนวทางเดียวกันเพื่อให้ได้รับสัญชาติไทยในอนาคต

สำหรับธุรกิจของชาวอิสราเอล สัญชาติไทย อาทิ 1.ธุรกิจเกี่ยวกับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ 2.เช่าและดำเนินการเกี่ยวกับอสังหาฯของตนเองหรือเช่าจากผู้อื่น 3.ช่วยเสริมการให้บริการทางการเงิน ซึ่งมิได้จัดไว้ในประเภทอื่น 4.ให้คำปรึกษาด้านการบริหารจัดการ 5.ธุรกิจอาหารโคเชอร์ ที่ถูกต้องตามหลักศาสนาของชาวอิสราเอล 6.ธุรกิจเกี่ยวกับการศึกษา 7.ธุรกิจการทดสอบวิเคราะห์การปฏิบัติการทางกายภาพและเคมี บนถนนข้าวสาร และ 8.ธุรกิจนำเที่ยว ปัจจุบันขยายธุรกิจรวมๆ แล้วกว่า 40 บริษัท กระจายตามแหล่งท่องเที่ยว โดยเฉพาะพื้นที่เกาะพะงัน, เกาะสมุย, เกาะภูเก็ต และกรุงเทพมหานคร ฯลฯ