จากกรณีเกิดเหตุจักรยานยนต์ถูกฟ้าฝ่า ผู้ขับขี่เป็นหนุ่มไรเดอร์ส่งอาหาร ได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณบนสะพานยกระดับรัชวิภา ถนนวิภาวดีรังสิต มุ่งหน้าแยกรัชโยธิน แขวงและเขตจตุจักร กทม. โดยช่วงเกิดเหตุมีฟ้าผ่าลงมาโดนตรงกลางหมวกกันน็อก ส่งผลให้เกิดรอยไหม้บนหมวก ส่วนสร้อยคอที่ใส่อยู่ขาดออกจากกัน ลำคอเกิดเป็นรอยไหม้เช่นกัน ตามที่ปรากฏเหตุการณ์ไปแล้วนั้น
อ่านข่าวต่อ : วินาทีระทึก! สายฟ้าฟาดกลางหมวกกันน็อกหนุ่มขี่จยย.สร้อยคอขาดเจ็บสาหัส

เรียกว่ากลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์บนโลกออนไลน์ ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 มิ.ย. แฟนเพจ เรารักด่านตรวจ ได้เผยภาพบาดแผลของไรเดอร์หนุ่มดังกล่าวที่โดนฟ้าผ่า โดยพบบาดแผลยาวบริเวณลำคอและหน้าอก ขณะที่หมวกกันน็อกมีรอยไหม้ตรงกลางอย่างชัดเจน ท่ามกลางชาวเน็ตที่เข้ามาคอมเมนต์แสดงความห่วงใย และตั้งคำถามว่าแท้จริงแล้ว อาจเกิดจากวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่อยู่กับคนขี่รถจักรยานยนต์คันนี้หรือไม่

อย่างไรก็ตาม ทางด้าน “รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์” อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ ก็ได้ออกมาอธิบายถึงเรื่องดังกล่าว ว่า “สร้อยคอ, หมวกกันน็อก ฯลฯ ไม่ได้ล่อฟ้าผ่ารถจักรยานยนต์ และเป็นเพียงแค่ความโชคร้ายที่รถอยู่ในจุดสูงเด่น (สะพานยกระดับ) และวิ่งมาตรงจุดที่ฟ้าบังเอิญผ่าลงมาพอดี ไม่โดนคันนี้ ก็โดนรถคันอื่นที่วิ่งผ่านตรงนั้น และส่วนที่เห็นว่าเกิดรอยไหม้บนตัวผู้เคราะห์ร้าย เป็นรอยตามแนวเส้นสร้อยคอ แล้วทำให้คิดว่าสร้อยคอล่อฟ้าผ่านั้น จริงๆ แล้ว เกิดจากการที่โลหะของสร้อยคอได้รับกระแสไฟฟ้า มีการเหนี่ยวนำให้เกิดความร้อนสะสมขึ้น จนทำให้เกิดแผลไหม้รุนแรงให้เห็น ไม่ต่างกับกรณีของโทรศัพท์มือถือไหม้เกรียมหรือระเบิดเมื่อถูกฟ้าผ่า ซึ่งก็เป็นผลจากกระแสไฟฟ้าของฟ้าผ่า ไม่ใช่ว่าโทรศัพท์จะล่อให้ฟ้าผ่าลงมา” ..
อ่านข่าวต่อ : ‘อ.เจษฎา’ ยันเหตุฟ้าผ่า ‘ไรเดอร์’ กลางกรุง บนสะพานรัชวิภาฯ ไม่เกี่ยวกับ ‘สร้อย-หมวก’ แต่เป็นความโชคร้าย

ขอบคุณข้อมูลจาก : เรารักด่านตรวจ และ Jessada Denduangboripant