นับเป็นเวลากว่า 13 วันแล้ว หลังจากนักร้องลูกทุ่งและพระเอกลิเกคนดัง กุ้ง-สุธิราช วงศ์เทวัญ ที่ออกมาประกาศเรื่องที่น้องสาวของเขาอย่างสาวสวย “วิรดา วงศ์เทวัญ” ป่วยไข้เลือดออกอย่างรุนแรง ซึ่งยังไม่ฟื้นคืนสติ ทำเอาคนทั้งประเทศห่วงใย และติดตามกันอย่างต่อเนื่อง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด กุ้ง สุธิราช ได้ออกมาแถลงข่าวอัปเดตอาการป่วยของน้องสาว “วิ-วิรดา วงศ์เทวัญ” ณ ห้องประชุม Sukhumvit I ชั้น 3 โรงแรม JW Marriott Hotel Bangkok
กุ้ง สุธิราช เผยว่า “จริงๆ เรื่องนี้ไม่ได้บอกทุกสื่อ ซึ่งหลายคนเป็นห่วงก็เลยปรึกษา และมาแถลงข่าววันนี้ ซึ่งอาการน้องวิตอนนี้ติดเชื้อไข้เลือดออกชนิดรุนแรง เริ่มต้นน้องไปทำงานด้วยกันวันที่ 20-21 ธ.ค. 66 ที่ อัมพวา และ จ.ชัยนาท หลังจากนั้นก็ทราบว่าน้องสาวมีอาการเป็นไข้ โดยก่อนหน้ามีอาการปวดท้อง ตอนแรกก็คิดว่าเป็นคัดเบา ติดเชื้อ ก็เลยมาถามหายาจากผม ผมก็เลยให้ไปหาหมอ พอวันที่ 24 ธ.ค. ก็แยกย้ายกันไปทำงาน หลังจากนั้นก็เริ่มมีไข้สูง ก็เลยได้ซื้อยามาทานเอง พอรู้สึกดีขึ้น ก็เดินทางไปทำธุระ

หลังจากนั้นวันที่ 26 ธ.ค. ก็เริ่มไม่ไหว มีอาการหัวทิ่ม เป็นไข้สูง ก็เลยไปหาหมอที่คลินิก ได้ฉีดยามา 2 เข็ม แต่ก็เดินไม่ไหว วันที่ 27 ธ.ค. ก็มีอาการไข้ซมทั้งวัน ซึ่งหลังจากนั้นจะต้องเดินทางไปเล่นลิเกด้วยกัน ก็เลยนัดน้องให้เดินทางไปด้วยกันมาเจอกันที่บ้าน ตอนแรกก็ดูปกติ หลังจากนั้นก็มีอาการรู้สึกหนาว ต้องห่มผ้าทั้งตัว ผมก็เลยไล่ขึ้นไปนอนบนห้อง และก็ไม่ได้คุยกัน พอตี 3 ผู้จัดการก็พาไปโรงพยาบาล มีอาการปวดท้อง ตอนเช้าผมเลยได้วิดีโอคอลไปหาน้อง เห็นสภาพน้องมีอาการหนาวสั่น ต้องห่มผ้า 3-4 ชั้น
ช่วงเที่ยงๆ ผมก็ไปเยี่ยมน้อง เห็นเขาหลับก็เลยไม่ได้ปลุก เพราะเขาน่าจะหลับ หลังจากเดินทางไปทำงาน ชม. นิดๆ พี่เลี้ยงก็โทรฯมาว่าปลุกน้องเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น ตาลอย ชัก มีน้ำลายไหลออกมา พยาบาลก็เลยได้เข้าไปดู ตอนนั้นก็ใจไม่ดี ซึ่งตอนเข้ารพ.ครั้งแรกก็ได้ตรวจเลือด ผลก็ออกว่าเป็นไข้เลือดออก”

“กุ้ง สุธิราช” เผยต่อว่า “ซึ่งหลังจากที่น้องช็อกหมอก็โทรฯมาบอกว่าอาจจะต้องสอดท่อช่วยหายใจ ความดันตอนนั้นอยู่ที่ 60/30 คือต่ำมาก ต้องใช้ยากระตุ้นความดันทางเส้นเลือดให้หัวใจดีขึ้น แต่ก็ไม่ถึงกับดีขึ้นสักเท่าไหร่ หลังจากที่เสร็จงานผมก็ตีรถกลับมาเลย และน้องก็ยังไม่ดีขึ้น ก็เลยปรึกษาแพทย์ว่าอยากจะย้ายโรงพยาบาล แต่การเต้นของหัวใจยังไม่ได้ดี จะเสี่ยงมากถ้าย้าย จนสุดท้ายบ่ายของวันที่ 31 ธ.ค. ก็ย้ายมาที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ซึ่งหัวใจเต้นไม่ดี ต้องบอลลูนหัวใจ และมีอาการสมองบวม และอีกวันผมก็ไปทำงาน และก็กลับมา
คาดว่าน่าจะเป็นเชื้อสายพันธ์ุที่ 1 ซึ่งจะหนักมากในผู้ใหญ่ ซึ่งคาดว่าน้องอาจจะมาหาหมอช้า และก็ติดเชื้ออย่างอื่นด้วย ปกติผู้ป่วย 5% ที่จะเป็นหนัก หลังจากน้้นหมอก็รักษาในสิ่งที่ควรจะทำทุกอย่าง ตอนนี้ล่าสุดผลของความดันเลือดที่ใช้เครื่องบอลลูน และเอาเครื่องออกหัวใจเต้นที่ 35 ส่วนผล MRI ไม่ค่อยดี เพราะสมองน่าจะขาดเลือด แนวทางการรักษาตอนนี้ก็ไม่ได้ใช้เครื่องแล้ว ส่วนระบบไต ปอด ตับ ยังอยู่ในเกณฑ์ดี แต่อาจจะมีติดเชื้อบ้าง อาจจะหนักที่สมอง ในส่วนของการทำงานของสมองตอนนี้มันยังไม่ดีเลยตั้งแต่วันแรกที่นอนมา 10 กว่าวันก็ยังไม่มีการตอบสนอง หมอบอกว่าอาการยังอยู่ในภาวะวิกฤติ และมีภาวะแทรกซ้อน

ส่วนกำลังใจจากครอบครัวก็ห่วงว่าจะทำบอลลูนได้ไหม พอทำได้ไม่เกิดอะไรระหว่างการทำก็ดีใจ พอวันรุ่งขึ้นมีเรื่องอื่นเข้ามาก็ใจฝ่อ แต่เราไม่หมดกำลังใจ เราก็ทำทุกวิถีทาง ทั้งการแพทย์ก็ให้ทำอย่างเต็มที่ ขอขอบคุณทุกท่าน อย่างเราก็ทำบุญ คุญแม่ก็บนว่าถ้าฟื้นก็จะบวชทั้งแม่ ทั้งน้อง แต่พอถึงวันหนึ่งที่มันไม่ได้แล้วแม่ก็เลยบวชก่อน ไม่รู้จะมีเปอร์เซ็นต์แค่ไหน แต่เราก็รอปาฏิหาริย์ ส่วนหมอก็เต็มที่เพราะรู้ว่าเรายังมีหวัง เรายังไม่หมดหวัง”
กุ้ง สุธิราช กล่าวต่อว่า “ทุกครั้งที่ไปเยี่ยมก็ได้คุยได้บอกน้องว่าให้กลับมานะ เราตัวติดกันมาตั้งแต่เด็ก เรามีกัน 2 คน เป็นพระเอกนางเอกลิเกคู่กันมาตลอด หลังจากที่น้องป่วยเราก็ทำทุกอย่างให้รู้สึกไม่ขาดอะไรไป เราก็บอกน้องให้ฟื้นมานะ ทุกคนรออยู่ ซึ่งน้องเขาเองไม่เคยท้อ ทำทุกอย่าง ตอนที่เขาป่วยก็ยังไลฟ์ขายของ ทำทุกอย่างเพื่อครอบครัว

ปาฏิหาริย์ที่ได้รับหมอก็ทำเต็มที่ ส่วนเรื่องปาฏิหาริย์ก็คงต้องรอแบบวันต่อวัน ตอนนี้น้องยังหายใจด้วยตัวเองไม่ได้ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ สมองยังบวมอยู่เลยต้องดูวันต่อวัน หมอบอกว่าเคสคนที่กลับมาได้เลยได้ก็มี แต่เคสน้องเรายังตอบไม่ได้ ซึ่งปกติน้องวิไม่มีโรคประจำตัว เป็นเด็กที่ร่าเริง ถ้าป่วยก็ป่วยด้วยกันหมด เป็นไข้หวัดธรรมดา มีครั้งนี้ที่หนักสุด ซึ่งครั้งนี้ก็คิดว่าเป็นไข้ทับฤดู จนเข้าโรงพยาบาลถึงรู้ว่าเป็นไข้เลือดออก ซึ่งน้องก็ไม่เคยเป็นไข้เลือดออกมาก่อน อาการน้องวิไม่มีแขนเป็นจ้ำ เลือดออกเลย เพราะอาการปกติ ไม่รู้ว่าเป็นผลจากการฉีดยาที่คลินิกหรือเปล่า
ต้องบอกว่าครอบครัววงศ์เทวัญของเราไม่มีใครที่หมดหวัง ไม่มีใครที่ท้อ ไม่รู้ว่าอีกกี่วันก็ยังรอปาฏิหาริย์ รอทางคุณหมอด้วย แฟนคลับทุกคนที่ส่งกำลังใจ เราก็จะบอกน้องเสมอว่าให้ตื่นมานะ ฟื้นมานะ ตื่นมารับรู้กำลังใจที่ทุกคนส่งมาให้ ว่ามีคนรักและห่วงใยน้องมากขนาดนี้”
ด้าน จิ้งหรีดขาว วงศ์เทวัญ เผยว่า “ตอนนี้ครอบครัวก็ทำทุกอย่าง ทำบุญ ทำทุกอย่างที่ช่วยได้ เราไปทำทุกอย่างแล้วแค่ไม่ได้ลงโซเชียล ก็มีบางอย่างที่เห็นว่าดีขึ้น ทรงๆ ตัว”



