สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 14 ม.ค.ว่าประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ กล่าวถึงการที่กองทัพสหรัฐปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ ต่อเป้าหมายซึ่งเป็นฐานที่มั่นของกองกำลังฮูตีในเยเมน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่สอง “คือการส่งสัญญาณส่วนตัว” ไปถึงอิหร่าน ซึ่งสนับสนุนกลุ่มฮูตี โดยไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด
นอกจากนี้ ไบเดนเรียกกลุ่มฮูตีอย่างตรงไปตรงมาว่า “เป็นองค์กรก่อการร้าย” แม้กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐถอนชื่อออกไปแล้ว เมื่อปี 2564
BREAKING: THE BOMBING IF THE YEMENI CAPITAL SANAA BY THE AMERICANS AND BRITISH RIGHT NOW pic.twitter.com/aVZOKz2jMm
— Sulaiman Ahmed (@ShaykhSulaiman) January 13, 2024
ขณะที่กลุ่มฮูตีออกแถลงการณ์ ว่าการโจมตีของกองทัพสหรัฐและพันธมิตร “ไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญ” และยืนยันจะเดินหน้าปฏิบัติการในทะเลแดง ซึ่งมีเป้าหมายเป็นเรือบรรทุกสินค้าที่แล่นผ่านต่อไป เพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับชาวปาเลสไตน์
Protesters in Sana’a condemn US, UK attack on Yemen @Latif_washali reports from Sana'a. pic.twitter.com/bJgKXf5FXW
— Press TV (@PressTV) January 13, 2024
ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมสหรัฐกล่าวว่า ปฏิบัติการดังกล่าว “เป็นการต่อยอด” จากการโจมตีครั้งแรก เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยจนถึงตอนนี้โจมตีเป้าหมายไปแล้วมากกว่า 60 แห่ง สหรัฐและพันธมิตรยังคงยืนยัน “เป็นการใช้สิทธิชอบธรรมเพื่อการป้องกันตนเอง ตามกรอบของกฎหมายระหว่างประเทศ” เพื่อลดขีดความสามารถของกลุ่มฮูตีให้ได้มากที่สุด จากการโจมตีเรือบรรทุกสินค้าในทะเลแดง
อีกด้านหนึ่ง กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านและรัสเซียออกแถลงการณ์ประณามสหรัฐอย่างหนัก ว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และอธิปไตยของเยเมน ส่วนจีนและซาอุดีอาระเบียขอให้ “คู่กรณีทุกฝ่าย” อดกลั้น และคำนึงถึงความสำคัญของทะเลแดง ว่าเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือสายสำคัญที่สุดของโลก.
เครดิตภาพ : AFP



