เมื่อเวลา 14.09 น. วันที่ 24 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์  หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มาพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย ที่ตึกไทยคู่ฟ้า นายกฯ กล่าวว่า นายฐนัตถ์ เพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศญี่ปุ่น จึงต้องเชิญท่านมา เพราะจะเป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้คนใหม่ 

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ถามนายฐนัตถ์ ถึงการพูดคุยรอบใหม่  นายฐนัตถ์ กล่าวว่า เพิ่งเดินทางกลับมาจากญี่ปุ่น วันนี้มารายงานตัว ไม่ขอเปิดเผยในรายละเอียด

จากนั้น นายกฯ ได้พานายฐนัตถ์ ขึ้นไปห้องทำงานและหารือร่วมกันเพื่อมอบนโยบายแนวทางการทำงานของรัฐบาล ภายหลังได้รับแต่งตั้งจากที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติเมื่อวันที่ 23 เม.ย.

นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ถึงการสร้างรั้วชายแดนว่า ดำเนินการไปแล้ว ทั้งชายแดนมาเลเซีย และชายแดนกัมพูชา งบประมาณเบื้องต้นถูกจัดสรรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างกำลังดำเนินไป ส่วนที่เหลือที่อยู่นอกเหนือเฟสแรก เมื่อวันที่ 23 เม.ย. ที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้แต่ละหน่วยงานทำเรื่องเสนอเข้ามาให้ใช้งบประมาณปกติ ถ้างบประมาณไม่พอให้จัดสรรงบกลาง 

เมื่อถามว่า พอจะบอกกรอบระยะเวลาเฟสแรกที่จะเริ่มได้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า มันมีตัวเลขอยู่ว่าทั้งหมดกี่กิโลเมตร และเริ่มไปแล้วกี่กิโลเมตร และจะใช้เวลาเท่าไรในการทำให้เรียบร้อย เราไม่มีการสร้างรั้วมาแล้วหยุดสร้าง หรือเว้นไป แล้วไปสร้างใหม่ อย่างนั้นไม่เกิดประโยชน์ต้องเป็นโครงการที่ต่อเนื่อง และใช้ประโยชน์สูงสุด สร้างความมั่นคงตามแนวชายแดนให้กับประเทศ ขณะที่ ในเรื่องของการเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ยังไม่ต้องไปพูดถึงตรงนั้น 

เมื่อถามว่า ท่าทีกับคำพูดของกัมพูชายังสวนทาง เพราะยังมีการเติมกำลัง และยั่วยุตลอดเวลา นายกฯ กล่าวว่า ตรงนั้นเราไม่รู้ว่าการยั่วยุระดับไหน และเหตุผลอะไร แต่ไม่ใช่เพราะรัฐบาลสั่งมา ฉะนั้นที่เขายังยั่วยุในเขตของเขา ไม่ได้มาล่วงล้ำดินแดนของเรา เราต้องมีความอดทน และต้องนิ่งพอ ไม่ต้องยั่วยุกลับ ให้ทราบแต่เพียงว่าเกินเส้นนี้ไม่ได้ก็น่าจะโอเค

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้หารือเรื่องยกเลิก MOU44 กับหวัง อี้ สมาชิกกรมการเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านกิจการต่างประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรมว.ต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ได้เจรจา เพราะเป็นเรื่องของไทยกับกัมพูชา เป็นเรื่องที่เราดำเนินการภายใต้กรอบ ที่รัฐบาลไทยเห็นว่ามันควรจะเป็นอย่างไร 

เมื่อถามว่า MOU 43 จะต้องใช้กรอบในการศึกษานานเท่าไร นายกฯ กล่าวว่า กำลังทำอยู่ ซึ่งมีการดำเนินการ และเราไม่ได้เลิก MOU 44 เพราะวันนี้มีความขัดแย้ง หรือมีการสู้รบกับกัมพูชา แล้วมายกเลิกซึ่งมันไม่ใช่ แต่เรายกเลิกเพราะ 25-26 ปี มันไม่ไปไหน ไม่มีความคืบหน้า และบริบท สถานการณ์ของโลกเปลี่ยนไปเยอะ  ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศก็ไม่เหมือนเดิม ฉะนั้นเรายกเลิกในสิ่งที่อยู่ไปแล้วมันไม่ก่อประโยชน์ใดๆ ให้กับประเทศไทย และคนไทย ส่วน MOU 43 แสดงให้เห็นความเป็นมืออาชีพของไทย เพราะมีความคืบหน้า มีความเห็นร่วมกันมาแล้วระหว่างสองประเทศ ถ้ามันไม่ใช่ประเด็นแห่งปัญหาเราก็ยังดำเนินต่อไปได้.