บ่ายวันที่ 16 พ.ค. พรรคประชาธิปัตย์ จัดงานเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ของพรรค คือ อนุชา บูรพชัยศรี หรือเจมส์ อายุ 59 ปี เคยเป็นลูกหม้อเก่าของพรรค เริ่มเป็น สส. ของประชาธิปัตย์ตั้งแต่ปี 2550 เป็น สส.กทม. และได้รับเลือกเป็นสมัยที่สอง ในปี พ.ศ. 2554 เคยลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์มาสังกัดพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เคยเป็นโฆษกประจำสำนักนายกฯ ในปี พ.ศ. 2565 รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จากนั้นย้ายไปพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ได้เป็น สส. เพราะนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ลาออกจาก สส. ไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ต่อมา ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย ลง สส.บัญชีรายชื่อ แต่ลำดับไม่ถึงจะได้เป็น สส. และได้กลับมาพรรคประชาธิปัตย์เพื่อลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามพรรค

“หัวหน้ามาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค พร้อมด้วยแกนนำพรรค อดีตผู้บริหาร กทม. ในยุคต่างๆ ที่มีผู้ว่าฯ กทม. สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นางทยา ทีปสุวรรณ อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. ในยุคของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร นายวัลลภ สุวรรณดี อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. ในยุคของนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ร่วมแถลงเปิดตัว เหมือนเป็นการรวมเลือดเก่า ปชป. และยังเปิดตัวผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพฯ (สก.) ด้วย
อภิสิทธิ์ กล่าวยกตัวอย่างผลงานของผู้ว่าฯ จากพรรค เช่น ทำให้ชาวฝั่งธนบุรีได้เห็นรถไฟฟ้าเป็นครั้งแรก แม้รัฐบาลส่วนกลางไม่สนับสนุน ก็ขยายรถไฟฟ้าต่อเนื่อง เป็นตัวอย่างที่มุ่งมั่นของการทำงาน และผู้ว่าฯ กทม. ของพรรค ยังตั้งหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร วันนี้ กทม. มีอุโมงค์ยักษ์ระบายน้ำ แม้ยังใช้ไม่ได้ ซึ่งเรายืนยันเดินหน้าเพราะอาสาทำงานให้คน กทม. อย่างแท้จริง

“นายอนุชามีประสบการณ์การบริหาร ผ่านการแก้ปัญหาหนี้ของบริษัทของครอบครัวที่มีปัญหาวิกฤติ จากเป็นผู้นำเข้าเครื่องจักร เป็นการทำแบบครบวงจร พิสูจน์ทักษะและประสบการณ์ จากนั้นเข้ามาสู่การเมือง ได้รับเลือกตั้งเป็น สส.กทม. มีประสบการณ์ตรงกับคน กทม. ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย”
จากนั้น อนุชา แสดงวิสัยทัศน์ในการบริหาร กทม. ตอนหนึ่งว่าเหตุผลที่ตนลงรับสมัครผู้ว่าฯ กทม. ของพรรคประชาธิปัตย์ แม้ผลจะเป็นรอง “ผู้ว่าฯ ทริป” ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. แต่ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ย่อท้อ หรือตัดสินใจเป็นอื่น พรรคประชาธิปัตย์ให้โอกาสอีกครั้งสอบถามว่าสนใจอยากมาลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. หรือไม่ ผู้บริหารพรรคจุดไฟ ว่ามีอะไรที่ยังไม่ได้ทำให้กับ กทม. จึงเป็นที่มาของวันนี้ สิ่งที่อยากทำ คือ ให้ กทม. เป็น “เมืองฟ้าอมร And More” โดยยกระดับคุณภาพชีวิต รวมถึงให้เป็นเมืองที่เป็นอนาคตคนรุ่นใหม่ สำหรับนโยบาย คือ การพัฒนา กทม. ให้ สะดวก สะอาด สบาย และ and more เผื่อมีคนคิดว่าไม่พอ ตนพร้อมรับฟังทุกความเห็น
อนึ่ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “ดร.โจ” ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาชน ใช้สโลแกนหาเสียง “กรุงเทพฯ ง่าย ๆ เพื่อชีวิตที่ง่ายสำหรับทุกคน”

ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผอ.กกต.กทม. กล่าวว่า งบประมาณการจัดการเลือกตั้งของ กทม. ครั้งนี้ ตั้งไว้ 294 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการเลือกตั้งที่ผู้ว่าฯ ที่ผ่านมา ซึ่งใช้งบประมาณประมาณ 280 ล้านบาท งบใช้ในการบริหารจัดการหน่วยเลือกตั้ง อุปกรณ์ บุคลากร และการอำนวยความสะดวกให้ประชาชน ซึ่งน่าจะรับสมัครวันที่ 28 พ.ค. 69-1 มิ.ย. 69 พร้อมกัน และเลือกตั้ง 28 มิ.ย. 69 จำนวนประชากรที่มีสิทธิเลือกตั้งอยู่ที่ 4,507,523 คน ซึ่งใกล้เคียงกับการเลือกตั้ง สส. ที่ผ่านมา จำนวนหน่วยเลือกตั้งอยู่ที่ 6,629 หน่วย (เพิ่มจากหน่วย สส. 99 หน่วย) ตั้งเป้าคนมาใช้สิทธิ 70% บัตรไม่มี QR Code แน่นอน เพราะระเบียบเลือกตั้งท้องถิ่นใช้การประทับตราแบบตีตรายาง ตามระเบียบ ซึ่งเป็นคนละฉบับตรงนี้ชัดเจน
ส่วนกรณีของอินฟลูเอนเซอร์หรือยูทูบเบอร์ที่ออกมาช่วยเชียร์ผู้สมัครรายใดรายหนึ่ง หากเป็นการช่วยโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ก็ยังถือเป็น “การรับให้” ที่ต้องประเมินมูลค่าและแจ้งต่อ กกต. เช่นเดียวกับการใช้รถโฆษณาหาเสียงหรือรถแห่ แม้เจ้าของรถจะช่วยฟรี แต่หากตามปกติมีมูลค่าการให้บริการวันละ 1,500 ถึง 3,000 บาท ก็ต้องนำตัวเลขดังกล่าวมาคิดเป็นค่าใช้จ่ายของผู้สมัครเช่นกัน เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมระหว่างผู้สมัครทุกคน
การหาเสียง หากเป็นนโยบายที่เกินจริงหรือไม่สามารถดำเนินการได้ อาจเข้าข่ายการหลอกลวงประชาชนตามมาตรา 65 (5) โดยหลักสำคัญคือสิ่งที่ผู้สมัครเสนอ ต้องเป็นสิ่งที่มีอำนาจทำ สิ่งที่ควรทำ และเป็นไปได้จริงในทางปฏิบัติ
สำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคภูมิใจไทยจะยกร่างใหม่ เสนอเข้าที่ประชุมพรรค 19 พ.ค. นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคเพื่อไทยเตรียมพูดคุยในคณะทำงานของพรรคเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในสัปดาห์นี้ เพื่อกำหนดแนวทางของพรรคว่าเรื่องดังกล่าวจะดำเนินการอย่างไร

“หารือว่า ตัวร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญใช้ร่างแบบเดิมของพรรค ที่ให้แต่ละจังหวัดเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มา แล้วให้รัฐสภาเลือกอีกรอบหรือไม่ ซึ่งวิธีการนี้ไม่ได้เลือกโดยตรง ไม่ฝ่าฝืนคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และยึดหลักประชาธิปไตยให้ประชาชนมีส่วนร่วมเลือกบุคคลมาเป็น ส.ส.ร. หรือจะเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่
อีกประเด็นคือเรามี สส. 74 เสียง ต้องขอความร่วมมือพรรคการเมืองอื่นให้ร่วมลงชื่อในการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ถึง 1 ใน 5 จะต้องขอความร่วมมือในการลงชื่อ แต่ทั้งหมดต้องหารือกันก่อนแล้วจึงจะมีผลสรุปออกมาว่า ทางพรรคจะดำเนินการอย่างไร แต่เท่าที่ตรวจสอบจากคณะผู้บริหารเข้าใจว่าให้เดินหน้าต่อ”

ส่วนการแก้ปัญหาลดค่าครองชีพ เรื่องหนึ่งคือ กระทรวงแรงงานจะปรับลดเงินสมทบประกันสังคม “รมต.หนิม”จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน กล่าวว่า ขอเวลาให้สรุปจบก่อน นอกจากนี้ยังมีแนวคิดเผื่อในส่วนมาตรการระยะกลาง ระยะยาว กรณีที่สถานการณ์ยังไม่จบและหนักขึ้นเรื่อยๆ ว่าจะออกมาตรการอะไรเพิ่มเติมผ่านกลไกที่เรามี เช่น กลไกในเรื่องของการจ้างงาน เราจะทำจริงๆ เร็วๆ นี้ มีตัวเลขอยู่ในใจ แต่ยังไม่ตกผลึก เพราะอยู่ที่บอร์ดประกันสังคม
เมื่อถามว่า อาจจะมีเสียงคัดค้าน นายจุลพันธ์ กล่าวว่า “กระทรวงนี้แปลก มีฝ่ายค้านทุกเรื่อง แล้วก็มีฝ่ายสนับสนุนทุกเรื่อง แต่นี่คือนโยบาย หากเราทำได้ก็ทำ เพราะ เงิน 500-600 บาทต่อเดือน ถือว่ามหาศาลมากสำหรับแรงงานระดับล่าง”
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า การลดเงินสมทบ ลูกจ้างบางส่วนมองว่าเสียประโยชน์ เพราะกระทบเงินบำนาญในอนาคต นายจุลพันธ์ กล่าวว่า สุดท้ายบอร์ดประกันสังคมต้องไปดำเนินการ แต่นาทีนี้เวลาเกิดวิกฤติทุกคนเดือดร้อน การลดการสมทบจะไปปรากฏตัวเลขเงินที่จะได้ตอนเกษียณ แต่บางครั้งการช่วยเหลือแบบระยะสั้นก็เป็นสิ่งสำคัญในภาวะวิกฤติ

“นายกฯ หนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย และ “มาดามจ๋า” ธนนนท์ ชาญวีรกูล ภรรยา เดินทางไปเพชรบูรณ์ เพื่อติดตามการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม รวมถึงพบปะประชาชน และร่วมกิจกรรมสำคัญของท้องถิ่น เพื่อผลักดันเศรษฐกิจฐานรากและการท่องเที่ยวชุมชนอย่างต่อเนื่อง นายกฯ จะเดินทางไปเยี่ยมชมอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก เพื่อติดตามการพัฒนา และการบริหารจัดการแหล่งมรดกโลกของไทยให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน และเศรษฐกิจ
จากนั้น นายอนุทินจะเดินทางต่อไปยังโบราณสถานเขาคลังนอก เพื่อเยี่ยมชมแหล่งโบราณคดีสำคัญ และติดตามแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัด มีกำหนดการเป็นประธานพิธีเปิดงานประเพณี “ฮักบั้งไฟพุเตย” ประจำปี 2569 ณ บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลพุเตย อ.วิเชียรบุรี รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาเมืองท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การอนุรักษ์มรดกทางประวัติศาสตร์
“ทีมข่าวการเมือง”



