เมื่อวันที่ 11 พ.ค. ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ยื่นเรื่องต่อนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 172 หรือไม่ โดยนายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ฝ่ายค้านใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 173 ยื่นเรื่องประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ อยากให้ประชาชนช่วยตรวจสอบการทำงานรัฐบาลมีการสอดไส้เงินกู้ 2 แสนล้านบาท ในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานที่ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน และไม่เกี่ยวกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ แต่เอามาอยู่ใน พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท นำเงินเยียวยาประชาชนเป็นตัวประกัน เนื้อหาคำร้องที่ฝ่ายค้านยื่นมีทางออกให้ศาลพิจารณาทุกส่วน เชื่อว่าหากศาลได้วินิจฉัย จะเห็นว่าการปรับโครงสร้างพลังงานสามารถทำได้ตาม พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี บางส่วนมาตรการเยียวยาไม่จำเป็นต้องอยู่ใน พ.ร.ก.กู้เงิน สามารถอยู่ในภาษีสรรพสามิตได้

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า แม้ พ.ร.ก.ดังกล่าวจะประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีผลบังคับใช้แล้ว แต่คำร้องที่ฝ่ายค้านยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ขอให้ศาลวินิจฉัย หากรัฐบาลใช้จ่ายเงินไปก่อนที่ศาลจะมีคำวินิจฉัย ถ้าศาลวินิจฉัย พ.ร.ก.ดังกล่าวไม่มีผลบังคับใช้แต่ต้น เงินที่ใช้จ่ายไปแล้วจะดำเนินการอย่างไรต่อ รวมถึงขอให้ศาลมีคำสั่งเฉพาะหน้าให้ระงับการเบิกจ่ายเฉพาะในส่วนของเงินกู้ 2 แสนล้านบาทที่ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน โดยให้วินิจฉัยเป็นรายกรณีไป ยืนยันฝ่ายค้านเขียนคำร้องรอบคอบรัดกุมมากที่สุด ขณะเดียวกันฝ่ายค้านจะเสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญติดตามการใช้จ่ายงบประมาณตาม พ.ร.ก.กู้เงิน คาดหวังไม่อยากให้รัฐบาลโหวตคว่ำการตั้ง กมธ.ชุดนี้ หากรัฐบาลไม่มีเจตนาสอดไส้ ปกปิด ตีเช็คเปล่า ไม่มีความจำเป็นต้องโหวตคว่ำการตั้ง กมธ.ดังกล่าว

ด้านนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่รัฐบาลทำงบขาดดุล 8 แสนล้านบาท ในปีนี้ และยังออก พ.ร.ก.เงินกู้นั้น จากการที่รัฐบาลศึกษาสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน เทียบกับการออก พ.ร.ก.กู้เงินในอดีต มีข้อสรุปว่า การออกเงินกู้ 4 แสนล้านบาทนี้ ไม่สอดคล้องกับเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ในมาตรา 172

ขณะที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า คำร้องฝ่ายค้านที่ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้ระงับการใช้จ่ายเงินกู้ในส่วนการปรับโครงสร้างพลังงาน ส่วนวงเงิน 2 แสนล้านบาทในการเยียวยาประชาชนสามารถใช้จ่ายได้ คำร้องฝ่ายค้านเป็นการแยกเฉพาะส่วน เพ่งโทษเฉพาะการปรับโครงสร้างพลังงาน แต่ขึ้นอยู่กับศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยการใช้ พ.ร.ก.ดังกล่าวทั้งก้อนหรือเฉพาะส่วน

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ตามกระบวนการกฎหมาย หลังจากรับเรื่องจากฝ่ายค้านแล้ว ต้องตรวจสอบความถูกต้องญัตติดังกล่าว และยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 3 วัน ดังนั้นจะปฏิบัติตามกฎหมาย เพราะมีหน้าที่ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญทันก่อนวันที่ 14 พ.ค. นี้ ที่สภาผู้แทนราษฎร จะพิจารณากู้เงินหรือไม่นั้น จะยื่นให้เร็วที่สุด