พรรคเพื่อไทย ดูแลกระทรวงด้านทรัพยากรมนุษย์ นโยบายสร้างคน เรื่องหนึ่งที่น่าสนใจคือ จะเปลี่ยนแปลงอะไรในระบบการศึกษาหรือไม่ “ดร.เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ แถลงว่าทิศทางสำคัญของรัฐบาลคือเดินหน้าปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาครั้งใหญ่ มุ่งยกระดับการจัดการเรียนการสอน 3 วิชาหลัก ได้แก่ ประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง และภาษาไทย วิชาหน้าที่พลเมืองจะมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ ควบคู่กับการรักษาอัตลักษณ์ไทย

นายประเสริฐ กล่าวว่า กรอบการขับเคลื่อนของกระทรวงฯ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ 1.ส่วนรายวิชา: มุ่งเน้นเนื้อหาที่ทันสมัยและวิเคราะห์เชิงลึก 2.ส่วนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน: เน้นการฝึกวินัยและจิตสาธารณะ 3.ส่วนกิจกรรมเสริมหลักสูตร: ปลูกฝังคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการ ครอบคลุมความรักชาติ ซื่อสัตย์ มีวินัย และความเป็นไทย
กระทรวงศึกษาธิการยังส่งเสริมให้สถานศึกษาบูรณาการเทคโนโลยี ทั้งสื่อดิจิทัลและแพลตฟอร์มออนไลน์ เข้ากับแหล่งเรียนรู้ดั้งเดิม เช่น พิพิธภัณฑ์และพื้นที่ในชุมชน โดยเฉพาะวิชาประวัติศาสตร์ที่ประสบการณ์จากพื้นที่จริงไม่สามารถหาได้จากในห้องเรียน การส่งเสริมภาษาไทย เพื่อเน้นย้ำว่าการรักษาภาษาแม่คือการรักษาตัวตน วันที่ 4 มิ.ย. นี้ กระทรวงศึกษาธิการจะประชุมอนุกรรมการยกร่างพ.ร.บ.การศึกษาครั้งแรก โดยมีนายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ กรรมการกฤษฎีกา เป็นประธานคณะอนุกรรมการ

จากกรณี “บิ๊กตู่ใหญ่” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย เดินทางไปพบ นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่บ้านพัก จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อทวงถามเรื่องที่ดินเขากระโดง เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. และไปแจ้งความให้ตำรวจยึดที่คืน “รมต.ป้อม” ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ กล่าวว่า เรื่องที่ดินอยู่ในกระบวนการทางศาล ต้องรอศาลพิจารณา การพิสูจน์สิทธิต่างๆ ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และภาคประชาชน เห็นว่า การที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เดินหน้าเรื่องนี้ คงเป็นธรรมดาของคนที่สนใจ และเขาเป็นนักการเมืองก็ต้องเป็นเรื่องการเมือง
เรื่องเขากระโดงถึงศาลแล้ว ขอให้รอศาลดีกว่า เขากระโดงไม่ได้มีแค่ที่ดินของนายเนวิน มีที่ของราชการและภาคประชาชน นายเนวินไม่ได้ครอบครองที่ดินทั้ง 5,083 ไร่ แต่มีหลายส่วนเข้าไปถือครอง มีเอกสารสิทธิเรียบร้อย มีโฉนด และไม่มีการแย่งการครอบครอง ดังนั้นการที่ รฟท. อ้างสิทธิก็ต้องไปฟ้องร้อง ซึ่งขณะนี้ก็อยู่ในขั้นตอนนั้น เมื่อมีความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน สิ่งที่จะทําให้ตรงได้คือกระบวนการยุติธรรม

“รมต.นก” ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ลูกชายพ่อเนวิน กล่าวว่า เรามีจุดยืนเหมือนเดิมคือมั่นใจในเอกสารสิทธิที่มี ซึ่งไม่ใช่แค่ที่ของครอบครัวตน แต่ยังรวมถึงประชาชนชาวบุรีรัมย์ และว่า คุยกับพ่อมาเล็กน้อย “คุยกันว่า เอ้า! มีโผล่ไปที่บ้าน แต่ก็ไม่ได้อะไร เรื่องนี้มองได้สองมุม มุมหนึ่ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ อาจจะคิดจริงๆ ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผิดแล้วอยากจะทำสิ่งที่ถูกต้อง อีกมุมก็เป็นเกมการเมือง ผมไม่อาจทราบได้”
“นายกฯ หนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ทุกคนมีสิทธิที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ เรื่องเขากระโดงก็ดี เรื่องฮั้ว สว.ก็ดี มันอยู่ในกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว คำพิพากษาทั้งหลายถ้าออกมาทุกคนก็ต้องปฏิบัติตาม การคืนพื้นที่เขากระโดงเป็นเรื่องของ รฟท. คำพิพากษามันผูกพันรายแปลง จะไปทึกทักว่าเถื่อนไปหมดก็ไม่ได้ การรถไฟต้องฟ้องรายแปลงไป ซึ่งเขาก็ดำเนินการอยู่

นายกฯ ยังกล่าวถึงกรณีที่กัมพูชายื่นหนังสือแจ้งเตือนประเทศไทยและเลขาธิการสหประชาชาติ (UN) เพื่อเริ่มต้นกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเชิงบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (UNCLOS) ภายหลังรัฐบาลไทยยกเลิก MOU 44 ว่า ยังไม่ได้รับทราบว่าเกิดปัญหาอะไร ยังไม่มีจุดไหนที่ทำให้ประเทศเสียเปรียบ เราทำให้เป็นไปตามความต้องการของประชาชนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยไม่ทำให้ประเทศไทยเสียสถานะในเวทีนานาชาติ ยังดำรงไว้ซึ่งอธิปไตย เกียรติภูมิ และความมั่นคง ตลอดจนความเป็นที่ยำเกรง ซึ่งเราก็มีหลักการในการดำเนินการอยู่แล้ว
ความคืบหน้าเกี่ยวกับการแก้รัฐธรรมนูญและการยกร่างใหม่ ที่รัฐสภา นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว.ในฐานะประธาน กมธ.การพัฒนาการเมือง แถลงว่า วันที่ 19 มิ.ย. เวลา 10.00 น. กมธ.เตรียมเข้าพบนายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อหารือว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ม.256 เขียนให้สามารถตั้งคูหาเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ได้หรือไม่

“ผมและกลุ่ม สว. อาทิ นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย นายประภาส ปิ่นตบแต่ง ได้ร่วมยกร่างเนื้อหาเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อเตรียมยื่นต่อรัฐสภา เนื้อหากำหนดให้มีสภารับฟังความคิดเห็นของประชาชน มาจากการเลือกตั้ง 200 คน แบ่งเป็น เลือกตั้งแบบแบ่งเขตโดยใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง 100 คน และเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ 100 คน เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทนรวบรวมความคิดเห็นของประชาชน มากำกับกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญ”
“ให้มี กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 35 คน มาจากการสรรหาของรัฐสภา ผ่านกระบวนการเปิดรับสมัครและกลั่นกรองคุณสมบัติ ที่เป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง ขณะที่หน้าที่ของ กมธ.ยกร่าง ต้องจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่นำความคิดเห็นของประชาชนมาพิจารณาในทุกประเด็น หากไม่รับข้อเสนอใดไปบรรจุ ต้องชี้แจงเหตุผลให้ชัดเจน รายงานความคืบหน้าต่อที่ประชุมรัฐสภาทุก 60 วัน เปิดเผยทุกขั้นตอน”

“สว.บัส” เทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. กล่าวว่า ขณะนี้มีภาคประชาชนเตรียมล่ารายชื่อ 5 หมื่นรายชื่อ เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจใช้เวลา ดังนั้นตนขอเรียกร้องให้นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา รอภาคประชาชน เพื่อลดครหาว่าประชาชนไม่มีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นทาง

บรรยากาศการหาเสียงเลือกผู้ว่าฯ กทม. “ดร.โจ” ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) และคณะ ลงพื้นที่หาเสียงชุมชนทุ่งครุพัฒนา เสนอนโยบายว่า เรามีนโยบายที่จะช่วยเหลือครอบครัวที่มีผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งปัจจุบัน กทม. มีผู้ป่วยติดเตียงประมาณ 15,000 คน โดยสร้างงานอาสาสมัครมาดูแลผู้สูงอายุ ได้เงินเดือนขั้นต่ำชั่วโมงละ 120 บาท หากดูแลผู้ป่วยสัปดาห์ละ 6 ชั่วโมง ก็ตกเดือนละ 15,000 บาท สามารถสร้างงานประจำได้ประมาณ 5,000 ตำแหน่ง นอกจากนี้จะมีนโยบายเสริมรถรับ ส่งไป รพ.ปีละไม่ต่ำกว่า 180,000 เที่ยว เพิ่มจากที่ สปสช.ดูแล

ส่วนที่ “แก้วตา” ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กทม. พรรคประชาชน ที่ออกมาแฉว่าพรรคประชาชนมีไอโอปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร และมีมากขึ้นโดยเฉพาะช่วงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ดร.โจ กล่าวว่า ไม่ทราบว่าความหมายของไอโอที่เขาพูดถึงคืออะไร ไม่เชื่อว่าจะมีไอโออะไรเหล่านั้น เพราะพรรค ปชน.ทำการเมืองอย่างตรงไปตรงมา
“สส.ไอซ์” รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. กล่าวยืนยันว่า พรรค ปชน.ไม่มีไอโอ ส่วนกระแสตอบรับในสนามผู้ว่าฯ กทม. ตนเองมองว่าผู้สมัครของพรรคก็สู้อย่างสมศักดิ์ศรีในทุกสนาม ส่วนข้อวิจารณ์หัวหน้าพรรคไม่ช่วยหาเสียง เพราะเมื่อเปิดประชุมสภา และ กมธ.เดินหน้าเต็มที่ แต่ละคนก็มีหน้าที่ที่ต้องไปปฏิบัติ อย่างตนเองวางแผนมานานแล้วว่า หาก กมธ. เริ่มต้นเมื่อไหร่ เราพร้อมลงพื้นที่เยี่ยมหน่วยงาน และคิดว่าเราแบ่งเวลาไปช่วยหาเสียงอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามถึงการวิพากษ์วิจารณ์ละครสอดสร้อยมาลา ที่รับการสนับสนุนจากโครงการ THACCA เลือกข้างสนับสนุนการเมือง สส.ไอซ์ ตอบว่า อยากไปออกรายการและนั่งคุยถึงแนวคิดมากกว่า การสนับสนุนงานศิลปะไม่มีผิดถูก คงต้องใช้เวลากว่า 40 นาทีเพื่อให้เห็นภาพ และอธิบายว่า หลักการในการออกนโยบายควรจะเป็นอย่างไร “ไม่รู้ใครวิจารณ์ว่าไม่รู้เรื่องศิลปะ แต่เรื่องหลักการในการ บริหารงบประมาณหรือการออกนโยบาย คิดว่าดิฉันเองเข้าใจเป็นอย่างดี”
“ทีมข่าวการเมือง”


