เมื่อวันที่ 18 ม.ค. พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการตรวจเยี่ยมมอบนโยบายให้แก่ผู้บริหารกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ว่า สกร.ถือเป็นหน่วยงานสำคัญที่จะต้องสนับสนุนการเรียนรู้ของผู้เรียนทุกช่วงวัย รวมถึงย้ำนโยบายการฟื้นเรื่องสอบเทียบด้วย เพราะอยากให้สกร.ช่วยเป็นหน่วยขับเคลื่อนดำเนินการ โดยขอให้ผู้บริหาร สกร.ทุกคนได้ร่วมมือกันทำงาน เพื่อตอบสนองการเรียนรู้และสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม ขณะเดียวกันเรื่องโครงสร้างของ สกร. ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการจัดทำกฎหมายลูกให้แล้วเสร็จ ซึ่งขณะนี้ได้อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้อย่างเป็นทางการแล้วก็เชื่อว่าจะเข้ามาดูโครงสร้างทางกฎหมายของสกร.ให้เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น เพราะหากเราวางระบบการทำงานต่างๆ ได้ดี สกร.จะขับเคลื่อนไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า ส่วนประเด็นเรื่องการฟื้นนโยบายสอบเทียบจะเร่งดำเนินการให้เกิดขึ้นได้ในปีการศึกษา 2567 นี้ โดยเรื่องดังกล่าวเบื้องต้นจะไปดูในหลักสูตรและต้องออกมาเป็นมาตรฐานเดียวกันไม่ว่าจะเป็นสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสกร. และให้สำนักทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ให้เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการเรื่องสอบเทียบ และจะเป็นการสอบเทียบตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานในสายสามัญ สำหรับการปรับหลักสูตร สกร.นั้น ก็จะใช้หลักสูตรแกนกลางของ สพฐ.เป็นหลักสูตรหลัก แต่วิธีการอาจปรับตำราเรียนให้ทันสมัยมากขึ้น เพราะตำราเรียนของ สพฐ.อาจแบ่งเป็นช่วงชั้นปี แต่ตำราเรียนของ สกร.อาจปรับมารวมเป็นวิชาเดียวกัน ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการ นอกจากนี้การจัดทำห้องสมุดการเรียนของ สกร.ในพื้นที่ต่างๆ จะต้องปรับให้เป็นห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ด้วย รวมถึงหนังสืออาจให้อยู่ในรูปแบบอีบุ๊ก เพราะห้องสมุดบางแห่งมีขนาดเล็กอาจมีข้อจำกัดในเรื่องการวางหนังสือ ทั้งนี้ในที่ประชุม ตนยังได้ย้ำเรื่องการส่งเสริมการใช้ภาษาไทยในต่างประเทศด้วย แต่จะจัดเป็นสื่อการสอนในรูปแบบเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา เนื่องจากอยากให้คนไทยได้มาเรียนภาษาไทยและเข้ามาลงเรียนหลักสูตรเพิ่มเติมกับสกร.ได้ อีกทั้งหากคนต่างชาติสนใจจะเรียนภาษาไทยก็สามารถเข้ามาเรียนได้ด้วย.



