สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน เมื่อวันที่ 20 ม.ค. ว่า กระทรวงการต่างประเทศปากีสถานออกแถลงการณ์ ว่านายจาลิล อับบาส จิลานี รมว.การต่างประเทศปากีสถาน สนทนากับนายฮอสเซ็น เอเมียร์-อับโดลลาเฮียน รมว.การต่างประเทศอิหร่าน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และทั้งสองฝ่ายเห็นพ้อง “การประสานงานอย่างใกล้ชิดเพื่อต่อต้านการก่อการร้าย และในด้านที่ทั้งสองฝ่ายมีความวิตกกังวลร่วมกัน เพื่อยกระดับความร่วมมือ”


ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่การทูตระดับสูงของทั้งสองประเทศเห็นพ้อง “การลดระดับความรุนแรง” ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ อย่างไรก็ตาม เอเมียร์-อับโดลลาเฮียน กล่าวว่า ปฏิบัติการทางทหารข้ามพรมแดนเพื่อทำลาย “ฐานที่มั่นของกลุ่มก่อการร้าย” ในปากีสถานนั้น “มีความจำเป็น”


ทั้งนี้ กองทัพปากีสถานปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ “ต่อเป้าหมายแบบจำเพาะเจาะจง” ในจังหวัดซีสถานและบาโลชิสถาน ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของอิหร่าน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา และสามารถคร่าชีวิต “ผู้ก่อการร้ายจำนวนหนึ่ง” หลังกองทัพอิหร่านปฏิบัติการโจมตีเป้าหมาย ในจังหวัดบาโลชิสถาน ที่อยู่ทางตะวันตกของปากีสถาน


การโจมตีที่เกิดขึ้นโดยกองทัพทั้งสองประเทศ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวมกันอย่างน้อย 11 ราย มีผู้หญิงและเด็กรวมอยู่ด้วย หลังเกิดเหตุ ปากีสถานเรียกตัวเอกอัครราชทูตประจำอิหร่านกลับประเทศ


ด้านสื่อท้องถิ่นหลายแห่งรายงานว่า ปฏิบัติการโจมตีของอิหร่านมีเป้าหมาย คือ สำนักงานใหญ่ของกองกำลังจาอิช อัล-อัดล์ ในปากีสถาน ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี 2555 และรัฐบาลเตหะรานขึ้นบัญชีดำเป็นกลุ่มก่อการร้าย โดย จาอิช อัล-อัดล์ มีฐานที่มั่นอยู่ตามแนวพรมแดนระหว่างปากีสถานกับอิหร่าน


อนึ่ง กองกำลัง จาอิช อัล-อัดล์ รับสมอ้าง เป็นผู้ก่อเหตุระเบิดโจมตีสถานีตำรวจแห่งหนึ่ง ในภาคใต้ของอิหร่าน เมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว และคร่าชีวิตเจ้าหน้าที่อย่างน้อย 11 นาย.

เครดิตภาพ : AFP