สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน เมื่อวันที่ 20 ม.ค. ว่า กระทรวงการต่างประเทศปากีสถานออกแถลงการณ์ ว่านายจาลิล อับบาส จิลานี รมว.การต่างประเทศปากีสถาน สนทนากับนายฮอสเซ็น เอเมียร์-อับโดลลาเฮียน รมว.การต่างประเทศอิหร่าน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และทั้งสองฝ่ายเห็นพ้อง “การประสานงานอย่างใกล้ชิดเพื่อต่อต้านการก่อการร้าย และในด้านที่ทั้งสองฝ่ายมีความวิตกกังวลร่วมกัน เพื่อยกระดับความร่วมมือ”
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่การทูตระดับสูงของทั้งสองประเทศเห็นพ้อง “การลดระดับความรุนแรง” ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ อย่างไรก็ตาม เอเมียร์-อับโดลลาเฮียน กล่าวว่า ปฏิบัติการทางทหารข้ามพรมแดนเพื่อทำลาย “ฐานที่มั่นของกลุ่มก่อการร้าย” ในปากีสถานนั้น “มีความจำเป็น”
Pakistan and Iran have agreed to 'de-escalate' tensions after an exchange of missile and drone attacks this week raised fears of further instability in the region https://t.co/FjprIT8O49 pic.twitter.com/1w61Ss8JFL
— Al Jazeera English (@AJEnglish) January 19, 2024
ทั้งนี้ กองทัพปากีสถานปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ “ต่อเป้าหมายแบบจำเพาะเจาะจง” ในจังหวัดซีสถานและบาโลชิสถาน ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของอิหร่าน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา และสามารถคร่าชีวิต “ผู้ก่อการร้ายจำนวนหนึ่ง” หลังกองทัพอิหร่านปฏิบัติการโจมตีเป้าหมาย ในจังหวัดบาโลชิสถาน ที่อยู่ทางตะวันตกของปากีสถาน
การโจมตีที่เกิดขึ้นโดยกองทัพทั้งสองประเทศ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวมกันอย่างน้อย 11 ราย มีผู้หญิงและเด็กรวมอยู่ด้วย หลังเกิดเหตุ ปากีสถานเรียกตัวเอกอัครราชทูตประจำอิหร่านกลับประเทศ
????: PR NO. 1️⃣8️⃣/2️⃣0️⃣2️⃣4️⃣
— Spokesperson ???????? MoFA (@ForeignOfficePk) January 19, 2024
Foreign Minister’s Telephone Call with the Iranian Foreign Minister
????⬇️ https://t.co/Ip2p8w9jiI pic.twitter.com/X4DNxRrW0n
ด้านสื่อท้องถิ่นหลายแห่งรายงานว่า ปฏิบัติการโจมตีของอิหร่านมีเป้าหมาย คือ สำนักงานใหญ่ของกองกำลังจาอิช อัล-อัดล์ ในปากีสถาน ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี 2555 และรัฐบาลเตหะรานขึ้นบัญชีดำเป็นกลุ่มก่อการร้าย โดย จาอิช อัล-อัดล์ มีฐานที่มั่นอยู่ตามแนวพรมแดนระหว่างปากีสถานกับอิหร่าน
อนึ่ง กองกำลัง จาอิช อัล-อัดล์ รับสมอ้าง เป็นผู้ก่อเหตุระเบิดโจมตีสถานีตำรวจแห่งหนึ่ง ในภาคใต้ของอิหร่าน เมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว และคร่าชีวิตเจ้าหน้าที่อย่างน้อย 11 นาย.
เครดิตภาพ : AFP



