เมื่อวันที่ 20 ม.ค. ที่โรงแรมคริสตัล หาดใหญ่ จ.สงขลา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี จัดนิทรรศการภายใต้โครงการพัฒนานวัตกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยรูปแบบ Active Learning สำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษาสังกัด สพฐ. สร้างต้นแบบในพื้นที่ภาคใต้และภาคตะวันตก 11 จังหวัด ประกอบด้วย ยะลา นราธิวาส ปัตตานี สงขลา พัทลุง สตูล ตรัง กระบี่ สุราษฎร์ธานี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์

ผศ.ดร.จิรศักดิ์ แซ่โค้ว คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า การพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนที่เน้นแบบ Active Learning ของครูและบุคลากร จะส่งผลต่อการปฏิรูปการศึกษา ที่มุ่งผลด้านการยกระดับคุณภาพการศึกษา การพัฒนาให้ครูมีภาวะผู้นำทางการเรียนการสอน เป็นต้นแบบให้เพื่อนร่วมวิชาชีพ โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นช่องทางการสร้างความเข้มแข็งทางวิชาชีพ การเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญ และเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับครูในการพัฒนานวัตกรรการเรียนการสอนในชั้นเรียนให้ส่งผลถึงศักยภาพการคิดขั้นสูงเชิงระบบของนักเรียน ทั้งนี้ เมื่อก่อนเราเรียนแบบเน้นการบรรยาย แต่ตอนนี้เป็นการเรียนแบบ Active Learning เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ซึ่งสามารถช่วยให้นักเรียนคิดได้ คิดเป็น แก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวเองได้ และแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับชุมชนได้ โดยบูรณาการความรู้ทำให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งนิทรรศการครั้งนี้ ก็เป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์นวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ของครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่เป็นผลเชิงประจักษ์ต่อผู้เรียน ช่วยกระตุ้นการพัฒนาวิชาชีพของครูอีกทางหนึ่ง และยังแสดงให้เห็นผลงานนวัตกรรมในการสร้างผลิตภัณฑ์ด้วยกระบวนการทักษะที่เกิดขึ้นกับนักเรียนจากการเรียนรู้แบบ Active Learning และหลายนวัตกรรมยังได้เชื่อมต่อกับชุมชนด้วย

ดร.ณัฐชยา เม็นไธสง ผอ.กลุ่มวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอน สำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา (สนก.) สพฐ. กล่าวว่า นิทรรศการครั้งนี้มีนวัตกรรมของโรงเรียนซึ่งเป็นนวัตกรรมของครูและนักเรียนที่เกิดจากการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps มานำเสนอและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งล้วนแต่เป็นนวัตกรรมที่สอดคล้องกับนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” ของ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ ซึ่งเมื่อได้เห็นเด็กและคุณครูที่มาจัดบูธ ก็รู้สึกถึงความตื่นเต้นของครูและเด็กๆ ที่สร้างนวัตกรรมจากกระบวนการคิดขั้นสูง และถ้าวิเคราะห์ให้ดีจะเห็นผลงานที่เกิดจากกระบวนการคิดหรือการมีส่วนร่วมในทุกๆ ขั้นตอน ตั้งแต่รวบรวม วิเคราะห์ เพื่อสร้างนวัตกรรมของเด็กเอง ทำให้เห็นว่าเด็กมีความสุขสนุกสนานในการคิด ดังนั้นตัว GPAS 5 Steps ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ส่งเสริมและช่วยเหลือครูในการจัดการเรียนการสอน ทำให้เด็กเกิดสมรรถนะตามฐานสมรรถนะหลายๆ ด้าน

“สิ่งที่เกิดความประทับใจ คือ เด็กเล็กตั้งแต่ระดับปฐมวัยสามารถสามารถสร้างนวัตกรรมได้ และไม่ได้ด้อยกว่าเด็กประถมหรือมัธยม เพียงแต่เป็นพัฒนาการตามระดับหรือช่วงชั้นเท่านั้น ดังนั้นอยากให้ทุกคนมองจุดหมายปลายทางว่า ที่เราต้องการไปพัฒนาประเทศหรือพัฒนาผู้เรียนให้เกิดนวัตกรรมหรือนวัตกร สิ่งหนึ่งที่ไม่อยากให้มองข้าม คือ เทรนด์เรื่องของซอฟต์พาวเวอร์ที่แสดงถึงเอกลักษณ์หรือความเป็นตัวตนของเด็กๆ ซึ่งจะถูกถ่ายทอดไปสู่การสร้างนวัตกรรมหรือความเป็นนวัตกรของเด็กในโรงเรียน” ดร.ณัฐชยา กล่าว

ด้าน ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหาร สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ เพื่อให้ครูและนักเรียนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้และแสดงศักยภาพในการเป็นนวัตกร ซึ่งเป็นผลลัพธ์ของการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps เกิดการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่เป็นรูปธรรม เป็นการพลิกโฉมการสอนให้เด็กทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกัน สร้างการมีส่วนร่วมในการลงมือทำ อีกทั้งยังสะท้อนความสำเร็จของครูผู้สอนที่เป็นผู้บ่มเพาะนักเรียนให้เป็นนวัตกร ผู้บริหารโรงเรียนที่สนับสนุนการจัดการเรียนการสอน สื่อการเรียนการสอน แหล่งเรียนรู้ที่มุ่งพัฒนากระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ รวมถึงผู้ปกครองที่เปลี่ยนความเชื่อจากการยึดถือความสำเร็จของบุตรหลานจากคะแนนสอบ มาเป็นส่งเสริมการเรียนรู้อย่างมีความสุขและการพัฒนานักเรียนในมิติของการปฏิบัติและคุณลักษณะที่ดีงาม เพื่อสร้างให้เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงไปสู่คุณภาพชีวิตและสังคมที่น่าอยู่ขึ้น